"พลพีร์" ชี้แจงมาตรการวางหลักประกัน 50,000 บาท ป้องกันเวนเดอร์ทิ้งงานและคุ้มครองสิทธิประชาชน ยืนยันคืนเงินประกันให้เวนเดอร์ภายใน 7 วัน หลังจากการไฟฟ้าฯ ตรวจรับ ย้ำไม่ได้เอื้อทุนใหญ่ พร้อมให้สิทธิประชาชนเลือกผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองกว่า 1,000 รายด้วยตนเอง
28 ต.ค. 2569 ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และกระทรวงการคลัง แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "โครงการโซลาร์ประชาชน"
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย พัฒนาศักยภาพประชาชนให้เป็นผู้ผลิตพลังงาน และสร้างรายได้ภาคครัวเรือนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มีการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนหรือทุนใหญ่รายใดทั้งสิ้น
“ถ้าบริษัทหนึ่งมีความสามารถให้บริการได้ 5 ครัวเรือน ก็ให้บริการ 5 ครัวเรือนก่อน เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็ขยายเพิ่มได้ แนวทางดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าร่วมได้ตามศักยภาพ ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่หรือรับงานจำนวนมากตั้งแต่ต้น" นายพลพีร์ กล่าว
ทั้งนี้ เน้นย้ำความโปร่งใส โดยให้สิทธิประชาชนผู้ขอติดตั้งเป็นผู้เลือกผู้ให้บริการติดตั้ง หรือ เวนเดอร์ ด้วยตนเองโดยอิสระ
สำหรับประเด็นข้อสงสัยเรื่องการวางหลักประกัน หรือ แบงก์การันตี 50,000 บาท ของผู้ประกอบการ มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ คุ้มครองสิทธิของประชาชน ป้องกันกรณีเอกชนโฆษณา ทอดทิ้งงาน หรือไม่มาให้บริการหลังจากประชาชนเบิกจ่ายเงินกู้หรือสำรองจ่ายไปแล้ว
โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการยึดถือหลักประกันไว้นาน 6-7 เดือน ตามที่เป็นข่าว แต่การไฟฟ้าจะดำเนินการคืนเงินหลักประกันให้แก่เวนเดอร์ภายใน 7 วัน หลังลงพื้นที่ตรวจรับการติดตั้ง เชื่อมต่อระบบ และเปลี่ยนมิเตอร์เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ผู้ติดตั้งจะต้องส่งมอบหนังสือค้ำประกัน 10,000 บาทแก่ธนาคาร เพื่อรับผิดชอบการประกันอุปกรณ์ ดูแลและทำความสะอาดแผง รวมถึงตรวจสอบระบบเชื่อมต่อเป็นเวลา 7 ปี ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาสินเชื่อที่ประชาชนอาจใช้ในการติดตั้ง
หากระหว่างนั้นเกิดอุปกรณ์ชำรุด ระบบไฟมีปัญหา หรือผู้ประกอบการเลิกกิจการ จะเป็นส่วนหนึ่งของกลไกดูแลผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้ รายละเอียดเรื่องเงินประกันมีทั้งส่วนที่เป็นแบงก์การันตี 50,000 บาท ในช่วงติดตั้งสำหรับคุ้มครองกรณีติดตั้งไม่เสร็จ และเงินประกัน 10,000 บาทสำหรับการดูแลรักษาระยะ 7 ปี นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องสื่อสารรายละเอียดของแต่ละส่วนให้ชัด เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการและประชาชนสับสนต่อไป
'กฟน.-กฟภ.' เผยเวนเดอร์ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 1,000 ราย
ด้านนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ทั้งสองการไฟฟ้าได้เปิดระบบรับขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ (Vendor List) ที่ผ่านการคัดสรรมาตรฐาน ทั้งด้านประสบการณ์ คุณภาพวิศวกร และความมั่นคงทางการเงิน
ปัจจุบันมีเวนเดอร์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนแล้วรวมกว่า 1,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งเปิดเผยรายชื่ออย่างโปร่งใสผ่านเว็บไซต์ และประชาชนสามารถเลือกผู้ให้บริการในพื้นที่แต่ละจังหวัดได้ตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า โดยติดตั้ง Smart Meter และ Smart Grid เพื่อบริหารจัดการการไหลของพลังงานไฟฟ้าสองทิศทางแบบ Real-Time ทุก 15 นาที เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการนำเข้าเชื้อเพลิงก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศอีกด้วย
โดยปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนกับ กฟภ. ประมาณ 44,400 ราย และ กฟน. ประมาณ 12,000 ราย รวมกว่า 56,000 ราย ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนออนไลน์ หรือใช้บัตรประชาชนติดต่อสำนักงานการไฟฟ้าใกล้บ้านได้
'คลัง' ชูสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนยาว 7 ปี ผ่าน ธอส., ธ.ก.ส., ออมสิน
ขณะที่นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้แทนกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ประสานความร่วมมือกับ 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธอส., ออมสิน, ธ.ก.ส. ในการสนับสนุนแพ็กเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่นาน 7 ปี
โดยเป็นสินเชื่อ Clean Loan หรือสินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่พิจารณาจากวินัยการชำระค่าไฟฟ้าของประชาชน ซึ่งเงินงวดผ่อนชำระ ประมาณ 1,200 บาทต่อเดือน จะใช้นำรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนเข้าสู่ระบบในราคารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วยมาหักลบชำระ
ทั้งนี้ ได้กำหนดเงื่อนไขให้เวนเดอร์ต้องรับประกันและดูแลรักษาระบบฟรีตลอด 7 ปี และหลังจากผ่อนชำระครบ 7 ปีแล้ว แผงโซลาร์เซลล์ซึ่งมีอายุใช้งานกว่า 20 ปี จะสร้างรายได้และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าให้แก่ครัวเรือนโดยตรง





