“คมนาคม” จ่อชง ครม. 26 ต.ค. นี้ เคาะงบกลาง 5,850 ล้านบาท อุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้า ตรึงค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาทต่อเที่ยว เริ่ม 1 ม.ค.2570 วางกรอบใช้เงิน 1 ปี ระหว่างรอปลดล็อกกองทุนตั๋วร่วมและโอนรถไฟฟ้าเข้าสู่ระบบบริหารรายเดียว
KEY POINTS
- "คมนาคม" เตรียมเสนอ ครม. 26 ต.ค.นี้ ขอกรอบวงเงินจัดใช้งบกลาง 5,850 ล้านบาท เพื่อชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้า จากมาตรการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ 17-45 บาทต่อเที่ยว
- โดยวงเงินดังกล่าวจะใช้ชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นเวลา 1 ปี เริ่มวันที่ 1 ม.ค.- 31 ธ.ค.2570 หลังจากนั้นจะสานต่อมาตรการภายใต้กองทุนตั๋วร่วม
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2569 โดยระบุว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ต.ค.นี้ พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตรา 17–45 บาทต่อเที่ยว เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570
สำหรับการดำเนินมาตรการในระยะเริ่มต้น กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินรวมประมาณ 5,850 ล้านบาท เพื่อรองรับภาระชดเชยค่าโดยสารตลอดระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค.2570 โดยวงเงินดังกล่าว แบ่งเป็น
- เงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย จำนวน 5,785 ล้านบาท
- ค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชนอีก 65 ล้านบาท
โดยจะเป็นการกำหนดกรอบวงเงินสำหรับเบิกจ่ายตามภาระที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การเบิกจ่ายงบประมาณทั้งหมดในคราวเดียว
นายสิริพงศ์ ระบุว่า เหตุผลที่ต้องใช้งบกลางมารองรับมาตรการในช่วงปีแรก เนื่องจากการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมและการปรับโครงสร้างบริหารจัดการรถไฟฟ้า Single Ownership ยังไม่แล้วเสร็จ ขณะที่งบประมาณของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ถูกนำไปใช้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้ว และยังไม่ถึงรอบที่จะได้รับงบประมาณอุดหนุนคืน
ขณะเดียวกัน กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะรองรับนโยบายค่าโดยสารร่วมในระยะยาว ยังอยู่ระหว่างจัดทำระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินทุนประเดิม จึงจำเป็นต้องใช้งบกลางเป็นเครื่องมือทางการคลังในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้การลดภาระค่าเดินทางของประชาชนต้องล่าช้าออกไป
สำหรับแนวทางดำเนินงานหลังสิ้นสุดกรอบการใช้งบกลาง 1 ปี กระทรวงคมนาคมมั่นใจว่าการผลักดันระบบตั๋วร่วมตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ.2568 รวมถึงการปรับโครงสร้างบริหารจัดการรถไฟฟ้าภายใต้หลักการ Single Ownership จะมีความคืบหน้าและสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ เพื่อรองรับการใช้นโยบายค่าโดยสาร 17 – 45 บาทอย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมเส้นทางรถไฟฟ้ามากขึ้น





