วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

EGCO ชู AI-พลังงานสะอาด ดันไทย Hub Data Center 9 แสนล้าน อุ้ม SMEs รับเปลี่ยนผ่าน

EGCO Group ชี้ "AI-กรีน" สร้าง New Horizon ประเทศ จี้รัฐเร่งแผน PDP 2026 ดึงทุนนอก กางแผนช่วย SMEs 4 มิติ รับมือต้นทุนพลังงาน มุ่งสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวร่วมกัน

KEY POINTS

  • EGCO ชู AI และพลังงานสะอาดเป็นเครื่องมือยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนไทยสู่การเป็น Hub Data Center เพื่อรองรับโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก BOI มูลค่ากว่า 9 แสนล้านบาท
  • เตรียมจัดหาพลังงานสะอาดที่มั่นคงให้แก่ Data Center ผ่านการผสมผสานพลังงานหมุนเวียน, ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) ให้เป็น "One-stop Green Energy & Data Center Hub"
  • เสนอภาครัฐเร่งสร้างความชัดเจนของแผน PDP ฉบับใหม่และนโยบาย Direct PPA เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติในกลุ่ม Data Center และ AI
  • นำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจไฟฟ้าผ่านระบบ Predictive Maintenance เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ความขัดข้องของเครื่องจักรล่วงหน้า พร้อมรับมือความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น
  • เสนอแนวทางช่วยเหลือ SMEs 4 มิติ เพื่อรับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Supply Chain ได้แก่ การเข้าถึงแหล่งทุน, การลดต้นทุนพลังงานผ่านโซลาร์รูฟท็อป, การเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานองค์กรใหญ่ และการใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สภาวะดิจิทัลและพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนว่า เทคโนโลยี AI ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ แต่คือเครื่องมือยุทธศาสตร์ที่จะเข้ามาช่วยแก้โจทย์สำคัญของประเทศ ทั้งการเพิ่ม Productivity ในภาคการผลิตและการบริการ ตลอดจนการรับมือกับโครงสร้างประชากรที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย

นายธวัชชัย กล่าวถึงแนวทางการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Horizon) ของประเทศไทยว่า ต้องมองการเติบโตออกเป็น 3 ระยะอย่างสอดรับกัน คือ

1. ระยะสั้น (1-2 ปี) เน้นการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นมูลค่าจริง (Converting Commitments to Real Capital) โดยการเร่งรัดและขับเคลื่อนโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน ให้เกิดการลงทุนและการก่อสร้างจริงในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center, Cloud Services รวมถึงโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ และกลไก Direct PPA ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทันที

2. ระยะกลาง (3-5 ปี) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต (Low-Carbon Supply Chains) เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (PCB), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ปิโตรเคมีคาร์บอนต่ำ ตลอดจนอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งทุกอุตสาหกรรมนี้ต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Green Power) เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการส่งออกและแข่งขันในเวทีโลก

3. ระยะยาว (5-10 ปีขึ้นไป) การยกระดับสู่นวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy Transition) มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ก๊าซไฮโดรเจน (Hydrogen), เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) เพื่อสร้างฐานพลังงานที่มั่นคง ไร้คาร์บอน และมีประสิทธิภาพสูง

เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพสูงและอัตราค่าไฟฟ้าที่แข่งขันได้ EGCO Group ได้ปักหมุด 5 โอกาสทองเชิงยุทธศาสตร์ 5 Strategic Growth Drivers ไว้พร้อมรองรับ ได้แก่

1. Asset Optimization การเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิตจากฐานโรงไฟฟ้าเดิม เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง

2. การร่วมโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP ใหม่ ทั้งในรูปแบบ Solar, Wind และการตอบรับนโยบาย Direct PPA ของภาครัฐ

3. การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)

4. การศึกษาและเตรียมความพร้อมเทคโนโลยี SMR ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำระดับโลก เพื่อรองรับพลังงานฐานคาร์บอนต่ำในอนาคต

5. การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) ชูจุดเด่นการเป็น One-stop Green Energy & Data Center Hub ครบวงจรที่รวมที่ดิน ระบบไฟฟ้า Direct PPA พลังงานสะอาด และโอกาสร่วมลงทุนใน Data Center ไว้ในจุดเดียว

EGCO ชู AI-พลังงานสะอาด ดันไทย Hub Data Center 9 แสนล้าน อุ้ม SMEs รับเปลี่ยนผ่าน

รับดีมานด์ Data Center กว่า 9 แสนล้าน

ในมิติการเติบโตของ AI และ Data Center นายธวัชชัย ชี้ว่า ตัวเลขอัปเดตล่าสุดที่ BOI อนุมัติโครงการ Data Center มูลค่ากว่า 9 แสนล้านบาท เมื่อช่วงกลางปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการมหาศาล ซึ่งไทยมีจุดแข็งในการเป็นผู้ใช้และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ดีที่สุดของภูมิภาค

ทั้งนี้ EGCO Group พร้อมเข้ามาช่วยจัดหาพลังงานไฟฟ้าสะอาดที่มั่นคง สม่ำเสมอ ผ่านการผสมผสานพลังงานหมุนเวียน ระบบ BESS และพลังงานฐานความร้อนร่วมที่ยืดหยุ่น เพื่อปิดล็อกความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ

พร้อมกันนี้ ในภาคอุตสาหกรรมไฟฟ้า EGCO Group ได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ผ่านระบบ Predictive Maintenance ตามกลยุทธ์ POWER4 เพื่อช่วยวิเคราะห์ คาดการณ์ และป้องกันความขัดข้องของเครื่องจักรล่วงหน้า ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในการ Reskill และ Upskill บุคลากร

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่ Smart Grid และการนำ AI รวมถึง IoT เข้ามาควบคุมการเดินเครื่อง ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเปลี่ยนสภาพเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure: CII) ซึ่งความเสี่ยงด้านไซเบอร์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ EGCO Group จึงยึดหลักการบริหารจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์ใน 3 มิติสำคัญ คือ

1. การแยกส่วนระบบควบคุมรัดกุม (IT/OT Network Segmentation) แยกเครือข่ายสารสนเทศองค์กร (IT) ออกจากระบบควบคุมการผลิตไฟฟ้า (OT) อย่างเด็ดขาด พร้อมระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง

2. การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลและกฎหมายเข้มงวด (Compliance & Standards) ถือปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, ISO/IEC 27001 และ NIST Cybersecurity Framework ในทุกสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ

3. การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยไซเบอร์ในองค์กร (Cyber Hygiene & Human Defense):** จัดฝึกซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉินทางไซเบอร์ (Cyber Drill) และจำลองสถานการณ์การโจมตีอย่างสม่ำเสมอ

ชงเร่งคลอด PDP ใหม่-Direct PPA ดึงทุนนอก

ทั้งนี้ EGCO Group ได้นำเสนอแนวทางต่อภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1. ความชัดเจนของแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ และนโยบาย Direct PPA / Third Party Access เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นโครงการลงทุนระยะยาว 20-25 ปี กรอบแผน PDP ใหม่และกลไก Direct PPA ที่ชัดเจนจะเปิดโอกาสให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติจากกลุ่ม Data Center และ AI ไหลเข้าสู่ประเทศไทยได้ทันที

2. การผ่อนคลายกฎระเบียบและลดขั้นตอนใบอนุญาต (Regulatory Unlocking) การอำนวยความสะดวกผ่านระบบดิจิทัล One-stop Service จะช่วยลดระยะเวลาพัฒนาโครงการได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. การร่วมมือภาครัฐและเอกชนพัฒนา Smart Grid & BESS เตรียมระบบสายส่งให้มีความยืดหยุ่น พร้อมรองรับสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

อุ้ม SMEs 4 มิติ สู่ Green Supply Chain

ในประเด็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังเผชิญ 3 แรงกดดันหลัก ได้แก่ ข้อจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โครงสร้างต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก นายธวัชชัย ชี้แนวทางออกบูรณาการใน 4 มิติสำคัญคือ

1. การเปิดโอกาสด้านการเงินรูปแบบใหม่ (Alternative Financial Access) ส่งเสริมการใช้ข้อมูลธุรกิจและพฤติกรรมชำระเงินมาประเมินสินเชื่อ (Alternative Credit Scoring) ควบคู่กับกลไกค้ำประกันสินเชื่อจากภาครัฐ

2. การลดต้นทุนและยกระดับสู่ Green Supply Chain สนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) และการใช้พลังงานสะอาด เพื่อลดค่าไฟฟ้าและยกระดับสินค้าให้ผ่านเกณฑ์ Carbon Footprint ในระดับสากล

3. การเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานขององค์กรใหญ่ (Inclusive Supply Chain Linkage) องค์กรใหญ่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดย EGCO Group ได้ร่วมรับซื้อเชื้อเพลิงชีวมวลจากเกษตรกรในพื้นที่ เช่น โครงการยะลากรีน เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในระดับฐานราก

4. การประยุกต์ใช้ดิจิทัลและ AI ในราคาที่เข้าถึงได้ (Accessible Digital Tools) ส่งเสริมให้ SMEs นำนวัตกรรมดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อเพิ่ม Productivity

“EGCO Group พร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญ วินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง และศักยภาพการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ มาเป็นพลังสำคัญในการร่วมสร้าง New Horizon สนองนโยบายภาครัฐ และผนึกกำลังกับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน” นายธวัชชัย กล่าว