กรมส่งเสริมสหกรณ์ ทุ่มงบ กพส. 328 ล้านบาท ปล่อยกู้ปลอดดอกเบี้ย ฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์หลังน้ำลด รายละไม่เกิน 30,000 บาท พร้อมขยายเวลาชำระหนี้ สั่งเร่งสำรวจข้อมูลถึง 30 ต.ค.นี้
KEY POINTS
- กรมส่งเสริมสหกรณ์อนุมัติงบประมาณ 328 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) เพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบอุทกภัยใน 17 จังหวัด
- จัดสรรเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อฟื้นฟูอาชีพ รายละไม่เกิน 30,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี
- มีมาตรการขยายเวลาชำระหนี้ให้กับสหกรณ์และสมาชิกที่ได้รับผลกระทบ เพื่อลดภาระทางการเงิน
กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้ามาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือเยียวยาสหกรณ์และสมาชิกในพื้นที่ประสบอุทกภัย 17 จังหวัด เร่งระดมเงินทุนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ให้กู้ยืมปลอดดอกเบี้ย เพื่อฟื้นฟูอาชีพ พร้อมสั่งขยายเวลาชำระหนี้ระยะสั้น หวังลดภาระและเติมสภาพคล่องให้เกษตรกรสามารถเริ่มต้นประกอบอาชีพใหม่ได้โดยเร็ว
นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติและการให้ความช่วยเหลือของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ว่า กรมฯ ได้เร่งเข้าสนับสนุนและฟื้นฟูอาชีพแก่สมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 17 จังหวัด ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสภาพคล่องให้กับทั้งสหกรณ์และสมาชิก
สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดสรรวงเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยรวม 328 ล้านบาท ผ่านกองทุน กพส. เพื่อใช้เยียวยาเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยอนุมัติวงเงินกู้ยืมรายละไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งสหกรณ์และสมาชิกสามารถยื่นความประสงค์ขอกู้ผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัด (สกจ.) ในพื้นที่ประสบอุทกภัยร้ายแรงได้ทันที นอกจากนี้ สหกรณ์ยังสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนผันขยายเวลาชำระหนี้ได้ และต้องขยายเวลาการชำระหนี้ให้แก่สมาชิกเช่นเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกัน
“ขณะนี้ได้สั่งการให้ สกจ. ทุกจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมเร่งลงพื้นที่สำรวจข้อมูล ใครเสร็จก่อนให้ส่งก่อน เพื่อปรับโครงสร้างหนี้และขยายระยะเวลาชำระหนี้โดยดูจากภาระหนี้เดิมและเงื่อนไขตามสัญญาของแต่ละราย เช่น สัญญาปีต่อปีจะให้หยุดชำระก่อน โดยให้ทุกจังหวัดรวบรวมข้อมูลความต้องการของสหกรณ์และสมาชิกแจ้งกลับมาภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นี้ เพื่อเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้ผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว” นายณฤทธิ์ กล่าว
ด้าน นายสรรเสริญ พนิชการ สหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่ว่า สหกรณ์ สมาชิก และกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล และอำเภอผักไห่ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อาชีพหลัก คือ ทำนา โดยเฉพาะโซนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ แม้ปีนี้ปริมาณน้ำจะปล่อยมาค่อนข้างมาก แต่น้ำเริ่มค่อย ๆ คลี่คลายใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ทั้งนี้ สหกรณ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทั้งหมดตามสั่งการของกรมฯ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เพื่อสรุปข้อมูลในการขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ และจัดสรรเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นทุนในการเริ่มต้นประกอบอาชีพในรอบใหม่ต่อไป
มาตรการอุดหนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยและการผ่อนผันชำระหนี้ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญในการช่วยพยุงฐานะทางการเงินและสร้างโอกาสใหม่ให้แก่เกษตรกรหลังประสบอุทกภัย การเร่งรัดสำรวจและจ่ายเงินเยียวยาให้ทันท่วงทีจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจฐานรากของภาคเกษตรให้กลับมาแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน





