วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

EEC กางแผน 5 ปี สร้างเมืองรองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะคู่ชุมชน

EEC กางแผน 5 ปี สร้างเมืองรองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เดินหน้าไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสมัยใหม่ เจาะกลุ่มภาคบริการ ไลฟ์สไตล์ และการแพทย์ ขณะที่ความพร้อมรับอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ เผยเริ่มวางแผนบริหารจัดการน้ำ ไม่กระทบชุมชนและอุตสาหกรรมอื่น ระบุคอขวดของการดัน Intelligence Economy ต้องปลดล็อกกระบวนการกำกับดูแลที่ไม่สะดวก

KEY POINTS

  • EEC วางแผน 5 ปี พัฒนาเมืองในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายให้อุตสาหกรรมและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้
  • แผนดำเนินงานหลักประกอบด้วย 3 ส่วน คือ การปรับผังเมือง (Zoning) การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้ตรงความต้องการของอุตสาหกรรม และการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน
  • เตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคเพื่อรองรับอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ เช่น แผนบริหารจัดการน้ำโดยนำน้ำเสียจากชุมชนมาบำบัด เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรน้ำกับภาคส่วนอื่น

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กล่าวภายในงาน NATION FORUM 2027 หัวข้อ “Thailand’s Agenda: Data Center Built for the Intelligence Economy” ช่วงเสวนา The Infrastructure for the Intelligence Economy โดยระบุว่า อีอีซีมีความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะ คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างวางผังเมืองในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อจัดสรรพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมหลักและซัพพลายเชน

อย่างไรก็ดี การวางโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้มองแค่การผลิต แต่มองทั้ง Ecosystem รวมถึงระบบไฟฟ้า น้ำ คมนาคม และการสื่อสาร ซึ่งแผนดำเนินงานของ EEC ขณะนี้มองออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ

EEC กางแผน 5 ปี สร้างเมืองรองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะคู่ชุมชน

1.การปรับผังเมือง (Zoning) กำหนดพื้นที่ชัดเจนสำหรับ Digital และ Data Center รวมทั้งกำหนดพื้นที่ให้อยู่ใกล้กับโครงข่ายพลังงานและสายไฟใต้ดิน

2.โครงสร้างพื้นฐาน จัดเตรียมสาธารณูปโภคให้ตรงกับความต้องการของแต่ละประเภทอุตสาหกรรม เพื่อให้การลงทุนแม่นยำยิ่งขึ้น

3.การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ ปรับปรุงกติกาและอำนวยความสะดวกให้การเริ่มต้นธุรกิจทำได้รวดเร็วทันต่อสถานการณ์

อย่างไรก็ดี EEC ประเมินว่าการลงทุนภาคอุตสาหกรรมของไทยจะปรับเปลี่ยนไปจากอุตสาหกรรมการผลิต สู่อุตสาหกรรมภาคบริการ ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงบริการการแพทย์ ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากประเทศรอบบ้านที่มีเศรษฐกิจขยายตัว อีกทั้งไทยกำลังจะเป็นฐานเพื่อให้อุตสาหกรรมต่อยอด เป็นฐานการลงทุนเพื่อรองรับคนทั่วโลก

EEC กางแผน 5 ปี สร้างเมืองรองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะคู่ชุมชน

“ปัญหาปัจจุบันประชาชนอาจไม่รู้ว่าดาต้าเซนเตอร์คืออะไร เหมือนผีที่ไม่รู้ว่ามีหรือไม่ แต่คิดวิธีปราบแตกต่างไป ดังนั้นวันนี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน เช่นเดียวกับการเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องมองโจทย์ให้ชัด อะไรควรอยู่ที่ไหน และเตรียมอะไร สร้างความเข้าใจกับอุตสาหกรรมและคนในพื้นที่ รวมไปถึงรองรับ Ecosystem ที่จะเกิดโดยรอบ”

นายจุฬา กล่าวด้วยว่า อีอีซีพร้อมรองรับดาต้าเซนเตอร์ โดยร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) เตรียมเรื่องแหล่งน้ำดิบ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ โดยมีแผนบำบัดน้ำเสียจากชุมชน เพื่อเอามารองรับดาต้าเซนเตอร์ แยกออกจากน้ำประปาของชุมชนและภาคอุตสาหกรรม ดังนั้นดาต้าเซนเตอร์ จึงจะไม่แย่งน้ำจากส่วนอื่น

“บ้านเรามีโอกาสมากที่จะใช้พื้นที่ให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่จากพื้นที่เดิม ดังนั้นอีอีซีเราจะทำแผน 5 ปีข้างหน้าจะทำอะไร เป้าหมายให้เมืองกับอุตสาหกรรม การประกอบอาชีพอยู่ด้วยกันต่อไปได้ และภาครัฐจะสนับสนุนอะไร”

สำหรับความท้าทายข้อจำกัดของการพัฒนาอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ถ้าวันนี้ต้องการเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมนี้ หน่วยงานภาครัฐกำกับดูแล ภาพกลไกบริหารของภาครัฐต้องเปลี่ยน เพราะบางครั้งคอขวดสำคัญในการขับเคลื่อน คือการกำกับดูแล ดังนั้นวันนี้โจทย์คือจะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ เอื้อต่อการลงทุนของอุตสาหกรรมเหล่านี้