ปตท. ประกาศความพร้อมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงาน รับดีมานด์การใช้ของกลุ่ม Intelligence Economy ระบุความท้าทายที่มี คือ นโยบายความชัดเจนเรื่องโครงสร้างราคา และพื้นที่รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจอัจฉริยะเหล่านี้ เพื่อสร้างความชัดเจนในนักลงทุน
KEY POINTS
- ปตท. สร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านการจัดหาจากหลายแหล่ง ทั้งการนำเข้าและเพิ่มการขุดเจาะในประเทศ เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือความผันผวนของราคาพลังงานโลก
- เตรียมความพร้อมรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Intelligence Economy) และเชื่อว่ามีขีดความสามารถเพียงพอ
- มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการจัดหาพลังงานกับการใช้พลังงานสะอาด โดยเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนและพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
นายอภิวัฒน์ เดชวรสิทธิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่วางแผนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวภายในงาน NATION FORUM 2027 หัวข้อ “Thailand’s Agenda: Data Center Built for the Intelligence Economy” ช่วงเสวนา The Infrastructure for the Intelligence Economy โดยระบุว่า ภารกิจหลักของ ปตท. คือการรักษามาตรฐานและความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ โดย ปตท.เตรียมความพร้อมตลอด แม้ว่าไทยจะมีทรัพยากรในประเทศ แต่อาจไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีการนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี การนำเข้าพลังงานไม่ได้ตอบรับดีมานด์เพียงอย่างเดียว แต่นับเป็นการบริหารความเสี่ยง เพื่อการจัดหาพลังงานหลายพื้นที่ รักษาเสถียรภาพด้านพลังงานจากการจัดหาพลังงานหลายรูปแบบหลายที่ จึงเห็นได้ว่าแม้ว่าพลังงานทั่วโลกจะผันผวน แต่การจัดหาหลายพื้นที่ทำให้ไทยสามารถบริหารจัดการพลังงานได้
ขณะที่ดีมานด์การใช้พลังงานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนส่วนของ Intelligence Economy ปตท.มองแล้วว่าต้องนำเข้าเพิ่มเติม รวมไปถึงการขุดเจาะเพิ่มขึ้น ซึ่ง ปตท.มีความพร้อมรับดีมานด์ โดยหากความต้องการเพิ่มสูงกว่าแผน PDP ประมาณการณ์ไว้ ก็มองว่าการเพิ่มขีดความสามารถมีเพียงพอ แต่โจทย์คือจะลงทุนอย่างไรให้คุ้มค่า อีกทั้งด้วยดีมานด์ที่เพิ่มสูงก็จำเป็นต้องสร้างสมดุลของพลังงาน
สำหรับแนวทางให้ไทยมีความเสถียรและพลังงานสะอาด เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ ปตท. ให้ความสำคัญ เนื่องด้วย ปตท.มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เยอะ ปัจจุบันจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการ คือ ลดใช้พลังงาน ลดปล่อยก๊าซคาร์บอน ปรับพอร์ตธุรกิจ และเดินหน้าส่วนของ เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) โดยศึกษาและกักเก็บคาร์บอน จัดส่งเข้าไปในอ่าวไทย เก็บในหลุมก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่
ทั้งนี้ มองว่าความท้าทายของการไปสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ คือ นโยบายความชัดเจนเรื่องโครงสร้างราคา และพื้นที่ที่ธุรกิจส่วนนี้จะไปเกิดขึ้น เพราะการวางโครงสร้างวันนี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้นความชัดเจนส่วนนี้จะทำให้การลงทุนมีประสิทธิภาพ ราคามีประสิทธิภาพ เกิดความชัดเจนกับผู้ลงทุนและผู้ประกอบการ





