วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พาณิชย์' ถกผู้ส่งออกข้าวรับมือตลาดโลกแข่งเดือด  จับตาเอลนีโญหนุนนำเข้าพุ่ง 

“พาณิชย์” หารือสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ติดตามสถานการณ์การค้าข้าว ชี้ ตลาดข้าวโลกแข่งขันสูง รับสถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบการส่งออกไปอิรัก แต่เอลนีโญหนุนความต้องการนำเข้า เร่งพบ ผู้นำเข้าผลักดันการส่งออก ด้านผู้ส่งออก จี้ รัฐแก้ขาดแรงงานแบกขนสินค้า

KEY POINTS

  • การส่งออกข้าวไทยเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากอินเดียและปากีสถาน และการส่งออกไปอิรักลดลง แต่ได้ตลาดฟิลิปปินส์และมาเลเซียเข้ามาทดแทน
  • ปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นปัจจัยบวกที่กระตุ้นให้หลายประเทศเร่งนำเข้าข้าวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นโอกาสของข้าวไทย
  • กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับผู้ส่งออกวางแผนรุกตลาดต่างประเทศ พร้อมเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนการผลิตที่สูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ได้หารือกับ นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และคณะผู้บริหารสมาคม ถึงสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยปี 2569 โดยการส่งออกข้าวไทยต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยกดดันจากผลผลิตข้าวอินเดียที่มีปริมาณมากและมีสต็อกข้าวอยู่ในระดับสูง และช่วงปลายปีเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวปากีสถานออกสู่ตลาด ยิ่งทำให้มีการแข่งขันรุนแรงขึ้น และการส่งออกข้าวไทยไปอิรักลดลงอย่างมากมาตั้งแต่ช่วงต้นปีจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้จะมีการขนส่งข้าวไปอิรัก ผ่านทางตุรกีบ้าง แต่ปริมาณยังไม่มากนักเนื่องจากมีต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี ยังมีตลาดฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร จึงช่วยชดเชยตลาดอิรักได้ส่วนหนึ่ง

สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้แจ้งสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้า ณ ท่าเรือ จึงขอความอนุเคราะห์กระทรวงพาณิชย์ ช่วยประสานกระทรวงแรงงานในการจัดหาแรงงานที่สามารถทำงานในลักษณะนี้ได้ ซึ่งกระทรวงฯ ได้เร่งประสานกระทรวงแรงงานทันที เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้า

ส่วนการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำมีความสำคัญมาก หากเราสามารถทำราคาขายให้เหมาะสมแต่ยังคงมีกำไร เราจะสามารถส่งออกได้เพิ่มมากขึ้นซึ่งจะส่งผลต่อราคาข้าวของเกษตรกรในทางกลับกัน หากส่งออกได้น้อยลง ข้าวจะอยู่ในประเทศมากขึ้นก็จะส่งผลกับราคาข้าวในประเทศเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ซึ่งรับผิดชอบด้านการตลาด กรมการค้าต่างประเทศ

'พาณิชย์' ถกผู้ส่งออกข้าวรับมือตลาดโลกแข่งเดือด  จับตาเอลนีโญหนุนนำเข้าพุ่ง 

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ  กล่าวว่า  ได้แจ้งแผนรุกตลาดเพื่อเร่งผลักดันการส่งออกข้าว โดยจะร่วมกับภาคเอกชนเดินทางไปพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการขอขยายกรอบเวลาการส่งออกตามใบอนุญาตและขอให้พิจารณานำเข้าข้าวจากไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาด สอดคล้องกับความต้องการของตลาดฟิลิปปินส์ที่นิยมนำเข้าข้าวใหม่ และช่วงต้นปี 2570 กรมมีแผนพบผู้นำเข้าสำคัญทั้งญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาตลาดข้าวไทยด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพและการส่งมอบตามสัญญาที่ตรงตามกำหนดเวลา

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนการจัดงานประชุมข้าวนานาชาติเพื่อสนับสนุนการเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าข้าวจากนานาประเทศ การเร่งผลักดันการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าข้าวในงานแสดงสินค้านานาชาติ

สถานการณ์การส่งออกข้าวไทยในปี 2570 คาดว่ายังคงเผชิญกับปัจจัยท้าทายเช่นเดียวกันกับปี 2569 เบื้องต้นอาจคงเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านตัน อย่างไรก็ดี ช่วงปลายปีกรมการค้าต่างประเทศจะหารือร่วมกับภาคเอกชนโดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อประเมินสถานการณ์เอลนีโญและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อกำหนดคาดการณ์การส่งออกข้าวปี 2570 อีกครั้ง

'พาณิชย์' ถกผู้ส่งออกข้าวรับมือตลาดโลกแข่งเดือด  จับตาเอลนีโญหนุนนำเข้าพุ่ง 

สำหรับการส่งออกข้าวของไทย เดือนม.ค.–ก.ย. 2569  รวมปริมาณ 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% มีมูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์  ลดลง 16.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาส่งออกข้าวไทยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาส่งออกข้าวขาว 5% เฉลี่ย ณ เดือนก.ย. 2569 อยู่ที่ตันละ 482 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28.88 % จากเดือนกันยายน 2568 ที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 374 ดอลลาร์

'พาณิชย์' ถกผู้ส่งออกข้าวรับมือตลาดโลกแข่งเดือด  จับตาเอลนีโญหนุนนำเข้าพุ่ง 

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย  กล่าวว่า ปัญหาข้าวไทยขณะนี้มีประเด็นด้านราคา ซึ่งสูงกว่าประเทศผู้ปลูกข้าวอื่นๆ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรชาวนาสูง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าประเทศอื่นมาก จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแล ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวใหม่ๆ และการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยเรื่องราคาที่สมเหตุสมผลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้