วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สันติธาร' ชู 5 ข้อคิด จาก IMF-World Bank 'ไทย' กำลังกลับมาอยู่ใน 'สปอตไลต์' โลก

"สันติธาร" ถอด 5 บทเรียนสำคัญจาก IMF-World Bank ชี้ไทยกำลังกลับมาอยู่ใน "สปอตไลต์" เป็นโอกาส Rebrand ประเทศ ชงคว้าโอกาสต่อยอดการพัฒนา พร้อมกันนี้ไทยต้องมีวินัยมากขึ้นเพื่อรับมือกับภาวะดอกเบี้ยสูง ใช้ Small AI ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานผ่านการพัฒนาทักษะ ชูบทบาทไทย-อาเซียนในฐานะผู้เชื่อมโยงโลกแบ่งขั้ว

ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 (IMF-World Bank) นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ เปิดเผยถึง 5 ข้อคิด และบทเรียนสำคัญ จากการเข้าร่วมการประชุมระดับโลกกับ IMF และ World Bank ทั้งในมิติเศรษฐกิจโลก และทิศทางการปรับตัวของไทย

Macro Discipline เข้มงวดวินัยการคลังรับมือดอกเบี้ยสูง

นายสันติธาร กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น อัตราดอกเบี้ย และผลตอบแทนพันธบัตร หรือ บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก ดังนั้น การดำเนินนโยบายการเงิน และการคลังจึงจำเป็นต้องมีวินัยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม วินัยการคลังไม่ได้หมายถึงการหยุดใช้จ่ายหรือหยุดลงทุนทั้งหมด แต่การใช้จ่ายของรัฐจะต้องมีเหตุผล คำนึงถึงความคุ้มค่า มุ่งเป้าชัดเจน รวมถึงมียุทธศาสตร์ที่แม่นยำ

“เรื่องวินัยการเงินการคลัง การทำนโยบายจะต้องมีวินัยมากขึ้น เหมือนคุณครูดุขึ้น นักเรียนก็ต้องเรียบร้อยมากขึ้น เอาเสื้อออกนอกกางเกงมากไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่ามีวินัยแล้วจะไม่ใช้จ่ายไม่ลงทุนอะไรเลย แต่ต้องมีเป้าหมายชัดเจน และคำนึงถึงความคุ้มค่ามากกว่าเดิม”

ผลักดัน "Small AI" ลดความเหลื่อมล้ำ

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแบกรับ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกท่ามกลางต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่การเติบโตดังกล่าวกลับกระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มประเทศ และสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในรูปแบบ K-Shape ทั้งระหว่างประเทศ และภายในประเทศ โดยมีคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ 

ดังนั้น ในเวทีระดับโลกจึงเสนอให้มีการกระจายความเสี่ยง และหันมาเน้นแนวคิด "Small AI" หรือการนำ AI มาประยุกต์ใช้งานจริง ในภาคส่วนที่ช่วยเหลือผู้คนโดยตรง เช่น ภาคการเกษตร และการแพทย์ มากกว่าการแข่งขันสร้างระบบขนาดใหญ่

Skill Mismatch แก้ปัญหาทักษะ สู่แรงงานสีเขียว

สำหรับมิติภาคแรงงาน แม้ธนาคารโลกจะประเมินว่าประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่จะเผชิญความเสี่ยงเรื่องการว่างงานจากกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่เติบโตสูง แต่บริบทของประเทศไทยกลับแตกต่างออกไป เนื่องจากไทยประสบภาวะขาดแคลนแรงงาน และจำนวนคนว่างงานต่ำ 

ดังนั้น ปัญหาหลักของไทยจึงเป็นเรื่อง Skill Mismatch หรือความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของบัณฑิตจบใหม่กับความต้องการของตลาดงาน 

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลัง จึงร่วมมือกับภาคธนาคาร และตลาดทุนไทย ในการพัฒนาทักษะด้าน Green และ Climate Adaptation เพื่อยกระดับบุคลากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และเปลี่ยนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการสร้างงานที่มีรายได้สูงแก่คนรุ่นใหม่

Trust Connector ตัวกลางประสานโลกแบ่งขั้ว

ในสภาวะที่ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเกิดความขัดแย้งแตกแยก ผู้คนในสังคมโลกต่างมองหาพื้นที่ปลอดภัย และตัวกลางในการเชื่อมโยง ในการนี้ ไทย และอาเซียน ถือเป็นผู้เล่นที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดี ไม่ขัดแย้งกับใคร จึงสามารถทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงที่น่าเชื่อถือ หรือ "Trust Connector" ได้เป็นอย่างดี 

เช่นเดียวกันกับ สถาบันการเงินระดับโลกอย่าง IMF และ World Bank ก็กำลังปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ปล่อยกู้ ไปสู่การเป็น "Matchmaker" ที่ทำหน้าที่จับคู่ ระหว่างนักลงทุนกับประเทศที่มีโครงการพัฒนายั่งยืน อย่างโครงการป้องกันน้ำท่วม

Rebranding ประเทศไทย กลับมาอยู่ในสปอตไลต์

นายสันติธาร ชี้ว่า ความสำเร็จของ IMF- World Bank ในครั้งนี้ ไม่เพียงทำให้ไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์ แต่กำลังกลับมาอยู่ภายใต้สปอตไลต์ของเวทีโลก ด้วยศักยภาพด้าน Soft Power และการมีส่วนร่วมกำหนดวาระระดับนานาชาติ 

ซึ่งเปรียบเสมือนภาพลักษณ์ และคุณค่าแบรนด์ของประเทศที่กำลังสูงขึ้น จึงเป็นจังหวะเวลาสำคัญที่ไทยต้องเร่งคว้าโอกาสนี้ต่อยอดการพัฒนาก่อนที่มูลค่าแบรนด์จะลดลง

“เมืองไทยกำลังกลับมา ไม่ใช่แค่ในเรดาร์ แต่คือ การกลับมาอยู่ในสปอตไลต์ เห็นได้จากภาพที่ออกมามันดีมาก ทั้ง Soft Power ของเรา ทั้งวาระการจัดเวทีที่ผ่านไป ทุกคนให้ความสนใจ ห้องประชุมเต็มเกือบทุกห้อง เพราะฉะนั้น เหมือนเรากำลังทำธุรกิจ ถ้าแบรนด์มันดี ราคาขึ้น เราต้องไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้เสียเปล่า ต้องรีบคว้าไว้แล้วทำอะไรต่อ”
 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์