กรมส่งเสริมการเกษตร ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วม 50 จังหวัด พื้นที่กระทบกว่า 1.76 ล้านไร่ พร้อมจัดตั้ง ศขพ.-ศทอ. สนับสนุนพันธุ์พืช เชื้อราไตรโคเดอร์มา ซ่อมเครื่องจักร และเร่งโอนเงินชดเชยสูงสุด 30 ไร่
KEY POINTS
- กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรจากอุทกภัยกว่า 1.7 ล้านไร่ ใน 50 จังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรกว่า 1.5 แสนราย
- รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยชดเชยความเสียหายสิ้นเชิงสูงสุด 6,800 บาทต่อไร่ (สำหรับไม้ผล) และจำกัดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
- นอกจากการชดเชยเป็นเงิน ยังมีมาตรการฟื้นฟูอื่น ๆ เช่น แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น เชื้อราไตรโคเดอร์มา และเปิดจุดซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรฟรี
- แนะนำให้เกษตรกรเร่งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร (กษ 01) และผ่านกระบวนการประชาคม เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและถูกต้อง
วิกฤตอุทกภัยที่กระจายตัวในหลายภูมิภาคสร้างความสูญเสียต่อพื้นที่เกษตรกรรมอย่างหนัก การผนึกกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและเงินชดเชยตามเกณฑ์ใหม่ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถฟื้นตัวและกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างรวดเร็ว
ศูนย์ขยายพันธุ์พืช (ศขพ.) 10 แห่ง จัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ผักพืชอายุสั้น 155,743 ซอง จำพวก พริก มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ถั่วพู กระเจี๊ยบเขียว และต้นพันธุ์พืชผัก-ไม้ผล รวมกว่า 229,945 ต้น
ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านการอารักขาพืช (ศทอ.) 9 แห่ง จัดเตรียมเชื้อราไตรโคเดอร์มาและหัวเชื้อขยายกว่า 9 ตัน เพื่อป้องกันและกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล
เปิดจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เกษตรกร งดใส่ปุ๋ยในช่วงน้ำท่วมขัง จัดเก็บเครื่องมือไว้ในที่ปลอดภัย ตรวจสอบเส้นทางน้ำ และทำคันกั้นน้ำเพื่อลดความเสียหาย
“ขอให้เกษตรกรเร่งตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร ยื่นแบบ กษ 01 ให้ครบถ้วน ผ่านการรับรองความเสียหาย เข้าร่วมประชาคม เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และระวังการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ” นางอัญชลี กล่าว
- กางหลักเกณฑ์เงินชดเชยใหม่ จ่ายสูงสุด 30 ไร่/ครัวเรือน
การช่วยเหลือกรณีเกิดภัยธรรมชาติตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จะอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ใหม่ พ.ศ. 2569 โดยช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ดังนี้
ประเภทความเสียหาย อัตราการช่วยเหลือ (บาท/ไร่) กรณีพืชตาย/เสียหายสิ้นเชิง ข้าว 2,240 บาท - พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาท - ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ 6,800 บาท
กรณีพืชชะงักแต่ไม่ตาย/ผลผลิตเสียหาย 3,400 บาท
ค่าขุดลอก/ขนย้าย ดิน โคลน ซากวัสดุทับถม (ไม่เกิน 5 ไร่) 16,000 บาท
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตามลำดับขั้นตอน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน
มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการครบวงจรตั้งแต่การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ การส่งทีมวิชาการอารักขาพืช ไปจนถึงการเร่งรัดจ่ายเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกษตรกรไทยสามารถกลับมาตั้งหลักและดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง





