วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม 2569

Login
Login

สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา

กรมส่งเสริมการเกษตร ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ส่งเจ้าหน้าที่ลงสำรวจความเสียหายหลังน้ำท่วม 50 จังหวัด พื้นที่กระทบกว่า 1.76 ล้านไร่ พร้อมจัดตั้ง ศขพ.-ศทอ. สนับสนุนพันธุ์พืช เชื้อราไตรโคเดอร์มา ซ่อมเครื่องจักร และเร่งโอนเงินชดเชยสูงสุด 30 ไร่

KEY POINTS

  • กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งสำรวจความเสียหายพื้นที่เกษตรจากอุทกภัยกว่า 1.7 ล้านไร่ ใน 50 จังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรกว่า 1.5 แสนราย
  • รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยชดเชยความเสียหายสิ้นเชิงสูงสุด 6,800 บาทต่อไร่ (สำหรับไม้ผล) และจำกัดไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
  • นอกจากการชดเชยเป็นเงิน ยังมีมาตรการฟื้นฟูอื่น ๆ เช่น แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น เชื้อราไตรโคเดอร์มา และเปิดจุดซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตรฟรี
  • แนะนำให้เกษตรกรเร่งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร (กษ 01) และผ่านกระบวนการประชาคม เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและถูกต้อง

วิกฤตอุทกภัยที่กระจายตัวในหลายภูมิภาคสร้างความสูญเสียต่อพื้นที่เกษตรกรรมอย่างหนัก การผนึกกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตและเงินชดเชยตามเกณฑ์ใหม่ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรสามารถฟื้นตัวและกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างรวดเร็ว สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อฟื้นฟูแปลงเกษตรทันที  โดยในขณะนี้ (10 ตุลาคม 2569) มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบครอบคลุม 50 จังหวัด 310 อำเภอ 1,701 ตำบล โดยมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 34 จังหวัด เบื้องต้นพบเกษตรกรได้รับผลกระทบ 159,048 ราย พื้นที่เสียหายรวม 1,765,091.95 ไร่ (ข้าว 1.35 ล้านไร่, พืชไร่-พืชผัก 2.92 แสนไร่ และไม้ผล-ไม้ยืนต้น 1.24 แสนไร่)

ศูนย์ขยายพันธุ์พืช (ศขพ.) 10 แห่ง จัดเตรียมเมล็ดพันธุ์ผักพืชอายุสั้น 155,743 ซอง จำพวก พริก มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ถั่วพู กระเจี๊ยบเขียว และต้นพันธุ์พืชผัก-ไม้ผล รวมกว่า 229,945 ต้น

ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านการอารักขาพืช (ศทอ.) 9 แห่ง  จัดเตรียมเชื้อราไตรโคเดอร์มาและหัวเชื้อขยายกว่า 9 ตัน เพื่อป้องกันและกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าในไม้ผล

เปิดจุดบริการซ่อมเครื่องจักรกลการเกษตร ให้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เกษตรกร งดใส่ปุ๋ยในช่วงน้ำท่วมขัง จัดเก็บเครื่องมือไว้ในที่ปลอดภัย ตรวจสอบเส้นทางน้ำ และทำคันกั้นน้ำเพื่อลดความเสียหาย

“ขอให้เกษตรกรเร่งตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร ยื่นแบบ กษ 01 ให้ครบถ้วน ผ่านการรับรองความเสียหาย เข้าร่วมประชาคม เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และระวังการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ” นางอัญชลี กล่าว 

 

  • กางหลักเกณฑ์เงินชดเชยใหม่ จ่ายสูงสุด 30 ไร่/ครัวเรือน

การช่วยเหลือกรณีเกิดภัยธรรมชาติตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จะอ้างอิงตามหลักเกณฑ์ใหม่ พ.ศ. 2569 โดยช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ดังนี้ 

ประเภทความเสียหาย อัตราการช่วยเหลือ (บาท/ไร่) กรณีพืชตาย/เสียหายสิ้นเชิง ข้าว 2,240 บาท - พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาท - ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ 6,800 บาท

กรณีพืชชะงักแต่ไม่ตาย/ผลผลิตเสียหาย 3,400 บาท

ค่าขุดลอก/ขนย้าย ดิน โคลน ซากวัสดุทับถม (ไม่เกิน 5 ไร่) 16,000 บาท

สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา สายด่วนฟื้นฟู กรมส่งเสริมฯ ลุยสำรวจ 1.7 ล้านไร่ เร่งจ่ายเยียวยา

ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตามลำดับขั้นตอน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการครบวงจรตั้งแต่การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ การส่งทีมวิชาการอารักขาพืช ไปจนถึงการเร่งรัดจ่ายเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ใหม่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกษตรกรไทยสามารถกลับมาตั้งหลักและดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง