กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดขั้นตอนขอเงินช่วยเหลือชาวนา ชาวไร่ ผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม 2569 พื้นที่เกษตร รอได้เงินเยียวยา ชดเชยความเสียหายจริงสูงสุดไร่ละ 16,000 บาท
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือชาวนา ชาวไร่ ด้านพืชแก่เกษตรกร ผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม 2569 พื้นที่เกษตร ตามเกณฑ์ระเบียบกระทรวงการคลังฉบับใหม่ล่าสุด ย้ำเตือนประชาชนชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน หัวใจสำคัญที่สุดคือ "ต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น" หากหลุดเงื่อนไขนี้หมดสิทธิ์รับเงินเยียวยาทันที!
พร้อมกางตัวเลขเงินชดเชยความเสียหายจริงสูงสุดถึงไร่ละ 16,000 บาท เปิดเช็กลิสต์เอกสาร รูปถ่าย และวิธีลงทะเบียนยื่นแบบ กษ 01 ให้ผ่านฉลุย รอรับเงินโอนตรงจาก ธ.ก.ส. เข้าบัญชีอย่างปลอดภัย
เตือนเกษตรกร! เช็กเงื่อนไขเหล็ก "ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัย" พลาดจุดนี้ชวดเงินเยียวยาทันที
การเยียวยาความเสียหายทางด้านการเกษตรจากวิกฤตอุทกภัยปี 2569 อยู่ภายใต้ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 ประกอบกับ หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้การช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. 2569
กลไกการจ่ายเงินช่วยเหลือจะเริ่มทำงานทันทีเมื่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่นั้นๆ แล้ว แต่จุดชี้ขาดสำคัญที่สุดที่เกษตรกรจำนวนมากมักมองข้าม คือ "การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร"
หากเกษตรกรท่านใดไม่ได้ทำการปรับปรุงข้อมูลแปลงปลูกให้เป็นปัจจุบันก่อนที่น้ำจะท่วม จะถือว่า "ขาดคุณสมบัติ" และเสียสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือตามกฎหมายทันที
ดังนั้น เกษตรกรสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตนเองได้ง่ายๆ ผ่าน สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook
เปิด 3 ขั้นตอนยื่นขอเงินช่วยเหลือ "แบบ กษ 01" ให้ผ่านฉลุย ไม่ถูกตีกลับ
เมื่อพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายและจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว ให้เกษตรกรเร่งดำเนินการตาม 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
1. เช็กทะเบียนเกษตรกรให้ชัวร์
- ตรวจสอบสถานะว่าได้ขึ้นทะเบียน หรือปรับปรุงข้อมูลแปลงเพาะปลูกให้เป็นปัจจุบัน "ก่อนเกิดภัย" เรียบร้อยแล้วหรือยัง ผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน
2. กรอกและยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ (กษ 01)
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม กษ 01 ได้ที่เว็บไซต์ disaster.doae.go.th หรือขอรับได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ
- นำแบบฟอร์มไปให้ผู้นำชุมชนในพื้นที่ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน, กำนัน, นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี ลงนามรับรองความเสียหายจริงก่อนนำไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่
3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามผลการอนุมัติ
- เข้าร่วมการทำประชาคมในหมู่บ้าน/ชุมชน ตามวัน เวลา และสถานที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูลร่วมกัน
- ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบเพื่อเตรียมรอรับเงินโอน
เช็กลิสต์เอกสารสำคัญ & เทคนิคถ่ายรูปพื้นที่เสียหาย ให้ผ่านการอนุมัติรอบเดียว
เพื่อไม่ให้การยื่นเรื่องต้องล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ เกษตรกรต้องเตรียมเอกสารแนบพร้อมกับ แบบ กษ 01 ให้ครบถ้วน ดังนี้
- แบบแจ้งความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) ที่กรอกข้อมูลครบถ้วนและมีลายเซ็นผู้นำชุมชนรับรอง
- สำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนเกษตรกร และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร หรือใบรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกร
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. (ต้องเป็นบัญชีประเภทออมทรัพย์ และมีการเคลื่อนไหวของบัญชีเท่านั้น)
หลักฐานภาพถ่ายความเสียหาย (สำคัญมาก)
- ภาพถ่ายมุมกว้าง: แสดงให้เห็นสภาพความเสียหายทั้งหมดของแปลงเกษตรที่ได้รับผลกระทบ
- ภาพถ่ายเกษตรกรคู่กับแปลงปลูก: ภาพถ่ายเจ้าของแปลงเกษตรยืนถ่ายคู่กับพื้นที่เกษตรที่ประสบภัย เพื่อยืนยันตัวตนและสถานที่จริง
กางตัวเลขเงินชดเชยปี 2569 ได้ไร่ละเท่าไร? พืชชนิดไหนรับสูงสุด 16,000 บาท
อัตราการช่วยเหลือสำหรับพื้นที่เกษตรที่พืชตายหรือได้รับความเสียหายสิ้นเชิง (กำหนดช่วยเหลือสูงสุด ไม่เกิน 30 ไร่ ต่อ 1 ครัวเรือน) มีรายละเอียดการจ่ายเงิน ดังนี้
- พืชข้าว: ช่วยเหลืออัตรา 2,240 บาทต่อไร่ (รับสูงสุด 67,200 บาท/ครัวเรือน)
- พืชไร่และพืชผัก: ช่วยเหลืออัตรา 3,180 บาทต่อไร่ (รับสูงสุด 95,400 บาท/ครัวเรือน)
- ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ: ช่วยเหลืออัตรา 6,800 บาทต่อไร่ (รับสูงสุด 204,000 บาท/ครัวเรือน)
- กรณีไม้ผล/ไม้ยืนต้น ชะงักการเจริญเติบโต: ช่วยเหลืออัตรา 3,400 บาทต่อไร่
- แปลงปลูกที่มีดินโคลนทับถม: ช่วยเหลือพิเศษอัตรา 16,000 บาทต่อไร่ (จำกัดไม่เกินครัวเรือนละ 5 ไร่ หรือสูงสุด 80,000 บาท)
หมายเหตุ: อัตราการช่วยเหลือดังกล่าวมีผลบังคับใช้สำหรับเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ธ.ก.ส. โอนตรงเข้าบัญชี ตัดวงจรมิจฉาชีพ ย้ำรัฐไม่มีนโยบายหักหัวคิว
เพื่อความโปร่งใสและป้องกันไม่ให้เกษตรกรตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือมิจฉาชีพ เมื่อเรื่องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการระดับจังหวัดแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะทำการโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรงเท่านั้น ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ไปรับเงินสดหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น
หากพี่น้องเกษตรกรมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามรายละเอียดขั้นตอนเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ และ สำนักงานเกษตรจังหวัด ใกล้บ้านท่านทุกแห่งทั่วประเทศ ในวันและเวลาราชการ





