วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดมติ ‘บอร์ดEV’ เปิดทางรื้อภาษีรถยนต์ยกแผง รีด ‘ภาษีสูงสุด’ รถนำเข้าจากต่างประเทศ

ครม. รับทราบมติบอร์ดอีวี รื้อภาษีสรรพสามิตรถยนต์ยกแผง สรรพสามิตจ่อรีดภาษีขั้นสูงสุดรถนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมจำกัดโควตานำเข้าอิงยอดลงทุนในไทย ดันผลิต Local Content และดันไทยฮับส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าโลก

KEY POINTS

  • เปิดมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ฉบับที่เสนอ ครม.มีมติเห็นชอบให้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ทั้งระบบ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • จะมีการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตให้สูงที่สุดสำหรับรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการนำเข้าที่สูงและกระตุ้นการผลิตในประเทศ
  • โครงสร้างภาษีใหม่จะใช้อัตราภาษีแบบลดหลั่น โดยให้สิทธิประโยชน์กับผู้ผลิตที่มีการลงทุนและใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Thai Local Content) มากขึ้น

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ บอร์ดอีวี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดยรับทราบแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งอนาคต และมอบหมายให้กรมสรรพสามิตพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวก่อนนำเสนอต่อ ครม.เห็นชอบต่อไป


ทั้งนี้ที่ผ่านมาภาครัฐมีการส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ได้แก่ มาตรการสนับสนุนการผลิตยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า มาตรการ EV3/EV3.5 มาตรการสนับสนุน 10 คน การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ประเภท HEV และ MHEV เป็นต้น 

ทั้งนี้ จากรายงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (มกราคม - กรกฎาคม 2569) ยอดจำหน่าย BEV ครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศร้อยละ 30.88 แต่มีการนำเข้ารถยนต์ BEV สูงถึงร้อยละ 63 แม้ว่าพ้นระยะเวลานำเข้าตามมาตรการ EV3/EV3.5 แล้ว

เนื่องจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้ต้นทุนการผลิตในประเทศสูงกว่าต้นทุนการนำเข้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ 
กรมสรรพสามิต จึงเสนอหลักการและแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสินค้ารถยนต์ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้

หลักการในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสินค้ารถยนต์


1. การนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุน (Investment-Driven Import) ประเทศไทยเน้นดึงดูดการลงทุนระยะยาว โดยในช่วงเริ่มแรกอาจอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาเป็นต้นแบบในการศึกษาและทดลองใช้ในประเทศ ก่อนนำไปสู่การเรียนรู้ ยกระดับ และผลิตจริงในประเทศ


2. มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางส่งออก (Regional Export Hub) ประเทศไทยมีเป้าหมายในการขยายขนาดการผลิตและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Regional and Global EV Hub)


3. ยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) กรมสรรพสามิตจะสนับสนุนให้ห่วงโซ่อุปทาน และผู้ผลิตไทยยกระดับทักษะและการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Thai Local Content) ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการจ้างงานคนไทย และยกระดับฝีมือแรงงานของประเทศไทย เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ


แนวทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต
1. รถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นรถยนต์ที่ไม่สามารถผลิตในประเทศได้ แต่นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศสู่อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของประเทศไทยในระยะต่อไป โดยจะปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตให้สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน

2. รถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยผู้ผลิตรถยนต์ภายในประเทศ เป็นรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยผู้นำเข้ามีโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศแล้ว แต่จำเป็นต้องนำเข้ารถยนต์บางรุ่นเพื่อมาทดลองตลาด ทั้งนี้ จะมีการจำกัดปริมาณนำเข้ารถยนต์ โดยคำนวณจากมูลค่าการลงทุนในประเทศในรอบปีก่อนหน้าที่จะนำเข้า เช่น มูลค่าชิ้นส่วน ยานยนต์ที่ผลิตในประเทศที่ใช้ในการผลิตยานยนต์ในประเทศ (Thai Local Content) มูลค่าการจ้างงาน เป็นต้น


3. รถยนต์ประเภทประหยัดพลังงานที่ผลิตในประเทศและมีการใช้ Thai Local Content ปานกลาง เป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ (e-Parts) ที่ผลิตในประเทศได้ โดยกำหนดพิกัดอัตราภาษีนี้เพื่อรองรับรถยนต์ที่มีปริมาณการผลิตน้อย (Small Volume) แต่มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การใช้ Thai Local Content รวมถึง e-Parts ได้ในอนาคต เช่น รถยนต์กลุ่มพรีเมียม เป็นต้น


ทั้งนี้ อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตามข้อ 1 จะมีอัตราภาษีสูงสุด และ ลดหลั่นลงมาตามข้อ 2 และข้อ 3 ตามลำดับ