วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

‘เอกนิติ‘ ประชุมบอร์ด EV นัดแรกวันนี้ จับตาแนวทางขึ้นภาษีนำเข้ารถไฟฟ้า หนุนผลิตในประเทศ

"เอกนิติ" ประธานประชุมบอร์ด EV นัดแรกเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนในประเทศ มีวาระสำคัญในการพิจารณาปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเข้าทั้งคัน

KEY POINTS

  • บอร์ด EV จัดประชุมนัดแรกเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนในประเทศ
  • มีวาระสำคัญในการพิจารณาปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเข้าทั้งคัน
  • การขึ้นภาษีมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ต่างชาติเร่งตั้งฐานการผลิตในไทย และป้องกันการตัดราคาผู้ผลิตในประเทศ
  • มีแนวโน้มปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถ EV นำเข้า จากเดิม 10% เป็น 31-39%

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าวันนี้ (10 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือ “บอร์ด EV” ครั้งที่ 1/2569 ที่กระทรวงการคลัง โดยถือเป็นการประชุมครั้งแรกของรัฐบาลนี้ก่อนที่ก่อนหน้านี้มีการออกมาตรการสนับสนุนรถอีวี ทั้งในส่วนของมาตรการ EV 3 และ EV 3.5 เพื่อส่งเสริมรถ EV ในประเทศ

สำหรับวาระการประชุมในเบื้องต้นจะมีการพิจารณาทิศทางนโยบายและกรอบการสนับสนุนรถยนต์แต่ละกลุ่มประเภทให้มีความชัดเจน ทั้งกลุ่มนำเข้า 100% และกลุ่มที่มีฐานการผลิตในประเทศ โดยนโยบายจะสนับสนุนการผลิตรถ EV และชิ้นส่วนรถ EV ในประเทศให้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมทั้งนายเอกนิติได้ระบุว่ามาตรการที่ออกมาในการสนับสนุนการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในประเทศไทย จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ผลิตทุกประเทศ มีเป้าหมายเพื่อต้องการรักษาฐานผลิตรถยนต์เก่าจากญี่ปุ่นไว้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ EV จากจีน และต่างชาติไว้อยู่ร่วมกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมจะมีการหารือเรื่องแนวทางการขึ้นภาษีรถ EV ที่มีการนำเข้าทั้งคัน เนื่องจากประเทศไทยผ่านช่วงเวลาในการใช้มาตรการสนับสนุนเพื่อทดลองตลาด EV ไปแล้ว ต้องส่งเสริมให้มีการนำผลิตรถ EV ในประเทศมากขึ้นโดยเฉพาะค่ายรถ EV จีนที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศจะต้องมีการเร่งการตั้งไลน์การผลิตในประเทศให้เร็วขึ้น

ปัจจุบันกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต อยู่ระหว่างพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฟฟ้าประเภทขยายระยะทาง (REEV) ที่นำเข้า 100% หรือไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ จากเดิม 10% โดยเบื้องต้นมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 31-39% ตามข้อเสนอเอกชน เพื่อป้องกันการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปมาตัดราคาแข่งกับผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตในไทย