วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘น้ำท่วม’ ซัด 10 โรงงานชิ้นส่วน เร่งนำเข้าส่งมอบ ‘ชดเชย’ ค่ายรถ

พิษน้ำท่วม "อมตะซิตี้" ลามค่ายรถญี่ปุ่น ส.อ.ท. เผยซัพพลายเออร์ 10 กว่าแห่งสะดุด ทำการผลิตชะลอตัวตามระบบ Just-In-Time ยืนยันเร่งฟื้นฟูพร้อมเปิดสายการผลิตส่งมอบชิ้นส่วนได้ปกติ 12 ต.ค. 69 ผนึก กระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งวอร์รูมสั่งลดราคาอะไหล่ช่วยอุ้มผู้ประสบภัย

KEY POINTS

  • น้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เป็นต้นตอสำคัญของวิกฤตซัพพลายเชน โดยมีโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มากกว่า 10 แห่งต้องหยุดการผลิต
  • หากโรงงานชิ้นส่วนฟื้นฟูการผลิตไม่ทัน ผู้ประกอบการต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศมาส่งมอบให้ค่ายรถยนต์เพื่อป้องกันการถูกปรับตามสัญญา แม้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
  • ผลกระทบจากซัพพลายเออร์ทำให้มีผู้ผลิตยานยนต์ โดยเฉพาะค่ายญี่ปุ่นที่ใช้ระบบ Just-In-Time ต้องหยุดการผลิตชั่วคราวแล้ว 5 ราย
  • ผู้ผลิตชิ้นส่วนคาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูเครื่องจักรไม่เกิน 1 สัปดาห์ และจะเริ่มกลับมาเดินสายการผลิตเพื่อส่งมอบชิ้นส่วนให้โรงงานประกอบรถยนต์ได้ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. 2569

สถานการณ์น้ำท่วมได้กระทบการผลิตยานยนต์ โดยเริ่มจากผลกระทบต่อการเดินทางของพนักงานทำให้โรงงานของโตโยต้า บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา หยุดการผลิตชั่วคราว 4 แห่ง ต่อมาค่ายรถยนต์เผชิญปัญหาการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของซัพพลายเออร์ จากปัญหาน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี ซึ่งแม้น้ำจะลดลงแต่การผลิตชิ้นส่วนยังไม่กลับมาเป็นปกติ

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลยืนยันว่ายังไม่พบโรงงานประกอบรถยนต์รายใดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้การผลิตสะดุดมาจากซัพพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

นายสุวัชร์ กล่าวว่า ผลกระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ครั้งนี้แตกต่างตามโครงสร้างซัพพลายเชนแต่ละค่าย โดยกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ค่ายจีนและค่ายยุโรปไม่ได้รับผลกระทบ และเดินสายการผลิตได้ปกติ เนื่องจากใช้ฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนคนละกลุ่มกัน

ในทางตรงกันข้าม ค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจนต้องประกาศหยุดสายการผลิตชั่วคราว และใช้วิธีประเมินสถานการณ์พร้อมเปิดเผยข้อมูลทีละขั้นตอนแบบวันต่อวัน

“โตโยต้า” ลุ้นเดินเครื่อง 12 ต.ค.นี้

สำหรับกรณีของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เริ่มหยุดสายการผลิตมาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2569 เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในรอบแรกกระทบต่อการเดินทางของพนักงาน ก่อนจะเผชิญปัญหาซัพพลายเออร์ในรอบต่อมา

ทั้งนี้ โตโยต้ามีแผนเบื้องต้นที่จะกลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค.2569 แต่เนื่องจากวันที่ 13 ต.ค.2569 เป็นวันหยุด จึงจะเดินเครื่องต่อในวันที่ 14 ต.ค.2569 แต่แผนดังกล่าวยังเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นที่ต้องรอประเมินสถานการณ์จริงอีกครั้ง

“อมตะชลบุรี” ซัด 10 โรงงานชิ้นส่วนหยุด

ต้นตอสำคัญของวิกฤตซัพพลายเชนครั้งนี้ อยู่ที่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุคันดินกั้นน้ำถล่ม โดยจากการสำรวจในพื้นที่โซน 7, 8 และ 9 พบว่ามีโรงงานที่ต้องหยุดผลิตรวม 34 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้เป็นโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Auto Parts Suppliers) มากกว่า 10 แห่ง

แม้ปัจจุบันระดับน้ำในนิคมอุตสาหกรรมจะแห้งและระบายออกไปหมดแล้ว แต่ปัจจัยชี้ขาดในขณะนี้อยู่ที่ระยะเวลาในการฟื้นฟูและทำความสะอาดเครื่องจักรของแต่ละโรงงาน ซึ่งมีความเสียหายแตกต่างกันไป

จากการที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นปฏิบัติตามหลักการผลิตแบบ Just-In-Time (JIT) และระบบการผลิตแบบโตโยต้า (Toyota Production System - TPS) ทำให้ไม่มีการสต็อกชิ้นส่วนไว้ล่วงหน้าจำนวนมากนัก ในส่วนของชิ้นส่วนยานยนต์นั้นอาจแบ่งเป็น

1.ชิ้นส่วนทดแทนได้ หากมีผู้ผลิตหลายราย หรือสามารถนำเข้ามาจากประเทศในกลุ่มอาเซียนเพื่อทดแทนชั่วคราวได้ สายการผลิตก็สามารถดำเนินต่อได้

2.ชิ้นส่วนเฉพาะ (Single Source) หากเป็นชิ้นส่วนเฉพาะที่มีผู้ผลิตอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะเพียงแห่งเดียว และไม่มีแหล่งผลิตอื่นทดแทน ค่ายรถยนต์ก็จำเป็นต้องชะลอการผลิตออกไปเพื่อรอการฟื้นฟูเครื่องจักร

“ซัพพลายเออร์ที่ไม่ได้รับผลกระทบก็ต้องชะลอการผลิตลงเช่นกัน เนื่องจากมีพื้นที่คลังสินค้าไม่เพียงพอที่จะรองรับการผลิตสต็อกเก็บไว้” นายสุวัชร์ กล่าว

ผู้ผลิตยานยนต์หยุดผลิตชั่วคราว 5 ราย

ส่วนโรงงานประกอบรถยนต์ในพื้นที่โซนฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีนั้น ไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้ตั้งวอร์รูมร่วมกับสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เชิญผู้บริหาร ส.อ.ท. และค่ายรถยนต์เข้าหารือเพื่อประเมินผลกระทบ รวมถึงจัดทำมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น การลดราคาค่าอะไหล่และค่าบริการซ่อมแซมสำหรับรถยนต์ที่จมน้ำ

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หารือผู้ประกอบการรถยนต์เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2569 ถึงผลกระทบน้ำท่วมต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งโรงงาน เครื่องจักร วัตถุดิบ การขนส่ง และการกระจายสินค้า รวมถึงซัพพลายเออร์

ทั้งนี้ มีผู้ผลิตยานยนต์ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว 5 ราย โดยมีสาเหตุจากโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนประสบอุทกภัยทำให้ไม่สามารถผลิต และส่งชิ้นส่วนยานยนต์ให้ได้ หรือบุคลากรไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้ภาคเอกชนรวบรวมผลกระทบ ข้อมูลความเสียหาย และข้อเสนอมาตรการบรรเทา

เร่งนำเข้าชิ้นส่วนส่งมอบค่ายรถ

นายสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกิติมศักดิ์ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ค่ายรถยนต์ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตรายอื่นในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลัก ซึ่งกระบวนการอนุมัติเปลี่ยนผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องใช้เวลานานเกือบ 1 ปี

ดังนั้นหากโรงงานชิ้นส่วนใดไม่สามารถฟื้นฟูได้ทัน ผู้ประกอบการต้องนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศมาส่งมอบให้ค่ายรถยนต์เพื่อป้องกันการถูกปรับตามสัญญา แม้จะทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจสูงขึ้น แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะฟื้นตัวได้ทันตามกำหนด

ทั้งนี้ ห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี เฟส 8 และเฟส 9 ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่

กลับมาผลิตชิ้นส่วนได้ 12 ต.ค.นี้

นายสุพจน์ กล่าวว่า ผลกระทบหลักเกิดขึ้นกับเส้นทางคมนาคมขนส่งและการเดินทางมาทำงานของพนักงาน รวมถึงระบบสนับสนุนการผลิตที่อยู่นอกอาคาร เช่น ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบกำจัดขยะ

ทั้งนี้ ปัจจุบันหลังจากภาครัฐและกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยระบายน้ำ สถานการณ์เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟู โดยวิศวกรและช่างเทคนิคได้เข้าตรวจเช็กและปรับตั้งเครื่องจักร คาดว่าจะใช้เวลาฟื้นฟูไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังน้ำลด และพร้อมเริ่มเดินสายการผลิตเพื่อส่งมอบงานเข้าโรงงานประกอบรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.2569

ลักษณะน้ำท่วมครั้งนี้แตกต่างจากอุทกภัยใหญ่ปี 2554 โดยปี 2554 เป็นน้ำเหนือและน้ำทุ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ขณะที่ครั้งนี้เป็นน้ำล้นระบายจากแม่น้ำและคลองในพื้นที่

นอกจากนี้ โรงงานประกอบรถยนต์ทุกแห่งเรียนรู้บทเรียนและมีมาตรการป้องกันทั้งการสร้างคันดิน เขื่อนกั้นน้ำ รวมถึงบางค่ายอย่างฮอนด้าได้ย้ายฐานผลิตไปยังจังหวัดปราจีนบุรีซึ่งเป็นพื้นที่สูง ทำให้โรงงานประกอบรถยนต์ทั้งหมดไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้

แต่น้ำท่วมไม่สร้างความเสียหายแก่เครื่องจักรหลักในกระบวนการผลิต เนื่องจากโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์มีแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ซึ่งได้รับการตรวจสอบเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2554 ทั้งการยกระดับอาคารโรงงาน การเตรียมกระสอบทราย ปั๊มน้ำและเรือยาง

ผลกระทบอุตสาหกรรมเกิน 6 พันล้าน

นายปริธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลความเสียหายและตัวเลขเบื้องต้นเพิ่มขึ้นจาก 1,500 ล้านบาทในสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่เกือบ 6,000 ล้านบาท โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ที่ยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่สิ้นสุดและต้องรอการสำรวจเพิ่มเติม

“อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มเห็นผลกระทบในห่วงโซ่อุปทาน หลังโรงงานผลิตชิ้นส่วนบางแห่งหยุดการผลิต ขณะที่โรงงานประกอบรถยนต์ยังสามารถเดินหน้าผลิตได้จากสต๊อกชิ้นส่วนที่มีอยู่“

ทั้งนี้ หากสถานการณ์น้ำไม่สามารถคลี่คลายได้ภายในวันที่ 12 ตุลาคม อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อการผลิตอย่างชัดเจน เนื่องจากสต๊อกชิ้นส่วนที่มีอยู่จะเริ่มไม่เพียงพอ และอาจทำให้สายการผลิตไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

“ตอนนี้โรงงานประกอบยังมีชิ้นส่วนอยู่บ้าง จึงยังค่อย ๆ ทำได้ แต่ถ้าสถานการณ์ไม่จบภายในวันที่ 12 ต.ค. จะเริ่มมีปัญหา เพราะของไม่มีให้ประกอบ”

นอกจากนี้ ผลกระทบยังครอบคลุมทั้งภาคเกษตร การท่องเที่ยว ภาคบริการ และภาคการผลิตอื่น ๆ โดยหอการค้าไทยอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม