สทนช. เตือนภัย 3 อ่างเก็บน้ำหลักพื้นที่ EEC ปริมาณน้ำวิกฤต! 'หนองปลาไหล' ทะลักเกิน 100% ขณะที่ 'ประแสร์-บางพระ' น้ำเกือบเต็มความจุ เร่งบริหารจัดการป้องกันน้ำท่วม
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ชี้แจงแนวโน้มปริมาณฝน สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในหลายพื้นที่เตรียมรับมือสภาพอากาศผันผวนและฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงกลางเดือน
ปริมาณฝนสูงสุดรายภาค และคาดการณ์สภาพอากาศ
จากการติดตามปริมาณฝนสะสมในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกหนักกระจายตัวในหลายพื้นที่ โดยจังหวัดที่มีปริมาณฝนสูงสุดในแต่ละภาค ได้แก่
- ภาคเหนือ จ.น่าน (110 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย (123 มม.)
- ภาคกลาง จ.สระบุรี (88 มม.)
- ภาคตะวันออก จ.ระยอง (73 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี (84 มม.)
- ภาคใต้ จ.ระนอง (120 มม.)
แนวโน้มสภาพอากาศวันนี้ (7 ต.ค. 69)
ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มสัมผัสอากาศเย็นในตอนเช้า โดยอุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย
คาดการณ์ล่วงหน้า (9–12 ต.ค. 69)
สทนช. คาดการณ์ว่า พื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะกลับมามีฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในระยะแรก ก่อนที่ฝนจะค่อยๆ ลดลงในเวลาต่อมา ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างใกล้ชิด
เกาะติดสถานการณ์น้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ข้อมูลระดับน้ำและปริมาณน้ำไหลผ่าน ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีดังนี้
- สถานี P.17 (อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 35.34 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.91 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้น
- สถานี N.67 (อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์) ระดับน้ำอยู่ที่ 25.83 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 2.38 เมตร) แนวโน้มระดับน้ำลดลง
- สถานี C.2 (อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์) ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,915 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำอยู่ที่ 22.50 ม.รทก. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3.20 เมตร)
สำหรับการบริหารจัดการน้ำ เขื่อนเจ้าพระยา ปัจจุบันคงอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที โดยมีระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +16.38 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ +15.93 ม.รทก.
สรุปประกาศแจ้งเตือนภัย สทนช. ฉบับที่ 9/2569
สทนช. ออกประกาศฉบับที่ 9/2569 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 ดังนี้
1. พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม
- ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์ และอุทัยธานี
- ภาคกลาง: จ.ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี, เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
- ภาคใต้ จ.ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส
2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำ
เร่งติดตามและเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำกักเก็บ มากกว่าร้อยละ 80 ของความจุ เพื่อบริหารจัดการน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
3. เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา
เตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลันและน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่:
- ภาคเหนือ และภาคกลาง แม่น้ำปิง (กำแพงเพชร), แม่น้ำสะแกกรัง (อุทัยธานี), แม่น้ำแควน้อย (พิษณุโลก), แม่น้ำป่าสัก (เพชรบูรณ์, สระบุรี), แม่น้ำท่าจีน (นครปฐม)
- ภาคตะวันออก แม่น้ำนครนายก (นครนายก), แม่น้ำปราจีนบุรี (ปราจีนบุรี), คลองพระสะทึงและคลองพระปรง (สระแก้ว), แม่น้ำจันทบุรี (จันทบุรี), แม่น้ำตราด (ตราด)
- ภาคตะวันตก แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ (กาญจนบุรี), คลองบางสะพาน (ประจวบคีรีขันธ์)
- ภาคใต้ แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก (นราธิวาส)
สถานการณ์น้ำใน 3 เขื่อนหลัก พื้นที่ EEC
สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 3 แห่งที่รองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์สูง จึงต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง
- อ่างเก็บน้ำบางพระ (ชลบุรี) ปริมาณน้ำ 83% (97 ล้าน ลบ.ม.)
- อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (ระยอง) ปริมาณน้ำ 106% (173 ล้าน ลบ.ม.) (เกินความจุเก็บกัก)
- อ่างเก็บน้ำประแสร์ (ระยอง) ปริมาณน้ำ 97% (286 ล้าน ลบ.ม.)
คำแนะนำสำหรับประชาชน
สทนช. ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและบริเวณเชิงเขา ติดตามข่าวสารสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมยกของขึ้นที่สูงและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 9–12 ตุลาคมนี้ ที่คาดว่ากรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลางจะมีฝนตกหนักอีกระลอก





