"กรมศุลกากร" ตรวจยึดตู้คอนเทนเนอร์บรรจุขยะอิเล็กทรอนิกส์น้ำหนักกว่า 48 ตัน ลักลอบนำเข้าจากบราซิล โดยสำแดงรายการสินค้าเป็น "เศษเหล็ก" เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ภายในซุกซ่อนแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนมาด้วย ซึ่งถือเป็นวัตถุอันตรายและเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินคดีและผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 กรมศุลกากรโดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง วิเคราะห์ความเสี่ยงและเข้าตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งระบุประเทศกำเนิดจากประเทศบราซิล (BRAZIL) โดยสำแดงรายการเป็น "เศษเหล็ก" น้ำหนักรวม 48,213 กิโลกรัม
จากการเปิดตรวจพิสูจน์โดยละเอียด พบว่าสินค้าภายในตู้คอนเทนเนอร์ไม่ได้มีเพียงเศษเหล็กตามที่สำแดงไว้ แต่มีการแอบแฝงซุกซ่อนเศษและของที่ใช้ไม่ได้จำพวกเหล็กปะปนกับแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอื่นๆ
ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ประกอบประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย พ.ศ. 2556 (บัญชี 5.2 ของเสียเคมีวัตถุ Chemical Wastes ลำดับที่ 2.18)
รวมถึงเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2568 และยังเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด
การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามมาตรา 202 และมาตรา 244 ประกอบมาตรา 252แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ตลอดจนความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงได้ยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
“กรมศุลกากรจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยของประชาชน และยึดมั่นในข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด พร้อมผลักดันส่งขยะดังกล่าวกลับสู่ประเทศต้นทาง โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การผลักดันประสบผลสำเร็จ” นายพันธ์ทอง กล่าว





