วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2569

Login
Login

‘ศุลกากร’ จัดเก็บรายได้ทะลุ 6 แสนล้าน เดินหน้าภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก หนุน SME ในประเทศ

"ศุลกากร" จัดเก็บรายได้รวมปีงบฯ 2569 ที่ 6.3 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนหน้า 9.9% รวมยอดจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้ามูลค่าตั้งแต่ 1 บาทแรก สร้างรายได้เพิ่มกว่า 8,000 ล้านบาท มุ่งสร้างความเป็นธรรม-เพิ่มศักยภาพการแข่งขันผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศ

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 การค้าระหว่างประเทศของไทยมีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท โดยจากข้อมูลวันที่ 21 ก.ย. 2569 กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้รวม 631,411 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 57,024 ล้านบาท หรือ 9.9%

ในจำนวนนี้ เป็นรายได้ศุลกากร 112,528 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 1,358 ล้านบาท หรือ 1.2% และจัดเก็บรายได้แทนหน่วยงานอื่น รวม 518,883 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 55,666 ล้านบาท หรือ 12% โดยจัดเก็บแทนกรมสรรพากร 411,131 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 56,428 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 51,324 ล้านบาท

ทั้งนี้ รายได้ศุลกากรที่ 112,528 ล้านบาท ยังถือว่าต่ำกว่าเป้าจัดเก็บรายได้ทั้งปีที่ 116,300 ล้านบาท เนื่องจากไทยมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับหลายประเทศมาก เว้นแต่เพียงสหรัฐและยุโรปเท่านั้น อีกทั้งปริมาณภาษีที่จัดเก็บได้ยังสัมพันธ์กับมูลค่าการค้าของประเทศ โดยในปีงบฯ 2570 กรมศุลกากรได้รับเป้าการจัดเก็บภาษีอยู่ที่ 116,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ดำเนินมาตรการจัดเก็บ “ภาษีอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท” ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้กว่า 8,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเป็นธรรม และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยภายในประเทศได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

‘ศุลกากร’ จัดเก็บรายได้ทะลุ 6 แสนล้าน เดินหน้าภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก หนุน SME ในประเทศ

สำหรับบทบาทด้านการปกป้องสังคม (Social Protector) กรมศุลกากรได้บังคับใช้กฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยสามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจพบการกระทำความผิดกรณีหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร รวม 58,705 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,750 ล้านบาท

โดยมีผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดประเภทต่าง ๆ อาทิ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และโคเคน รวม 282 คดี ปริมาณกว่า 1,221.14 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,488 ล้านบาท ตลอดจนการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 3,519 คดี จำนวนกว่า 94 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 530 ล้านบาท

นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้เพิ่มบทลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชาและการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด เพื่อยับยั้งและป้องปรามการกระทำความผิด ตลอดจนรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า

สำหรับบทบาทด้านการส่งเสริมการค้า (Trade Enabler) กรมศุลกากรได้ร่วมขับเคลื่อนการค้าและเศรษฐกิจของประเทศผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยดำเนินโครงการสำคัญหลายด้าน อาทิ การปรับปรุงระบบThailand National Single Window เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว

ควบคู่กับการพัฒนาระบบสั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Delivery Order: e-D/O) และโครงการ Customs e-Invoicing Plus เพื่อลดขั้นตอนและภาระของผู้ประกอบการ ตลอดจนวางรากฐานระบบนิเวศทางการค้าดิจิทัลของประเทศ

นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้พัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินพิธีการ พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรือที่ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางแม่น้ำที่บรรจุของขาออก (เรือเฉพาะเขต) ให้สามารถแวะรับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกทางท่าเรือแหลมฉบัง

ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า รวมถึงการยกระดับการให้บริการระบบ Tariff e-Service รูปแบบใหม่และบริการอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการศุลกากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส อันเป็นการลดต้นทุนทางการค้าและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ กรมศุลกากรเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี พ.ศ. 2571 โดยได้ปรับปรุงระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล เพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง พร้อมเดินหน้าผลักดันการยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับ

โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากผลประโยชน์ทับซ้อน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบศุลกากรไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพร้อมรองรับการค้าโลกในอนาคต

นอกเหนือจากการดำเนินงานดังกล่าว กรมศุลกากรยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานและให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โดยปัจจุบันมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ อาทิ การสนับสนุนข้อมูลในการจัดทำดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ให้สามารถสะท้อนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างถูกต้องและครอบคลุมยิ่งขึ้น การทบทวนและปรับปรุงกฎหมายศุลกากรเพื่อปิดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายในระยะยาว

รวมถึงการปลดล็อก ICD ลาดกระบังให้เป็นท่าส่งออกแบบเต็มรูปแบบ การสนับสนุนมาตรการศุลกากรสำหรับโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการปรับปรุงหลักเกณฑ์และบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับสินค้าผิดกฎหมายให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ปราบปราม และยับยั้งการกระทำความผิดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“กรมศุลกากรจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งทั้งการจัดเก็บรายได้อย่างเป็นธรรม การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางศุลกากร และการอำนวยความสะดวกทางการค้า ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในทุกรูปแบบ” นายพันธ์ทอง กล่าวในตอนท้าย