“กรมศุลกากร” เผยไทยนำเข้าทองคำ 11 เดือนแรกปีงบฯ 2569 กว่า 9 แสนล้านบาท ส่งผลต่อค่าเงินบาทผันผวน และเงินทุนไหลออก ยอมรับมีการศึกษาภาษีนำเข้าทองคำจริง ย้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องเน้นสร้างสมดุลต้นทุนผู้ประกอบการและการตรวจสอบ ประสานธปท. ใกล้ชิด เชื่อมโยงข้อมูลเฝ้าระวังธุรกรรมต้องสงสัย
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตัวเลขการนำเข้าสินค้าของประเทศไทยในรอบ 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 – ส.ค. 2569) พบว่า มูลค่าการนำเข้าทองคำของไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ติดอันดับ 3 ในรายการสินค้าที่มีมูลค่านำเข้าสูงสุดที่ 901,114.85 ล้านบาท มากกว่า 8% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้ารวม และเพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
นอกจากนี้ ยังพบว่ามูลค่าการนำเข้าทองคำ อยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบที่ 1,086,430 ล้านบาท โดยอาจกล่าวได้ว่าทั้งการนำเข้าทองคำและน้ำมันดิบในปริมาณมาก เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไทยขาดดุลการค้า เพราะหากตัดเอามูลค่าการนำเข้าของสินค้าทั้งสองชนิดออก จะพบว่าไทยกลับมาเกินดุลการค้าราว 4 แสนล้านบาท
ในการนี้ นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะผลกระทบของการนำเข้าทองคำในปริมาณมาก อาจส่งผลทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง เนื่องจากต้องนำเงินสกุลบาทไปแลกเป็นเงินดอลลาร์เพื่อนำมาซื้อทองคำ อีกทั้งการโอนเงินดอลลาร์สหรัฐออกนอกประเทศเพื่อซื้อทองคำเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออก (Capital Outflow)
ศึกษา ‘ภาษีทอง’ ชูสมดุลการค้าคู่ระบบตรวจสอบ
สำหรับการจัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัย นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีหลายประเทศในภูมิภาคได้เริ่มจัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำแล้ว เช่น มาเลเซีย ที่จัดเก็บภาษีนำเข้าทองคำในอัตรา 10% และ อินเดีย ที่จัดเก็บในอัตรา 15%
อย่างไรก็ตาม แม้การจัดเก็บอากรหรือภาษีนำเข้าทองคำของไทยสามารถดำเนินการได้ภายใต้กรอบกฎหมายและความตกลงทางการค้า แต่เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษา เป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน และถือเป็นเรื่องในระดับชั้นนโยบาย ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งเรื่องโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการ การรักษาสมดุลทางการค้า และความมั่นคงทางการเงินของประเทศ
“การจัดเก็บอากรจะมากน้อยอย่างไร ก็ทำได้ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันก็มีการพูดคุยกับระดับนโยบายในเรื่องต่าง ๆ ในประเด็นเหล่านี้อยู่ แต่ผมบอกไม่ได้หรอกว่าควรเก็บไม่ควรเก็บ เพราะมันต้องดูปัจจัยหลายด้าน”
โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยยังกำหนดอากรขาเข้าทองคำไว้ที่ 0% แต่กรมศุลกากรก็ได้มีการแบ่งปันข้อมูลการนำเข้าและส่งออกทองคำในรูปแบบข้อมูลเปิด (Open Data) ร่วมกับหน่วยงานกำหนดนโยบาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามธุรกรรมที่เข้าข่ายต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด





