สนค.จัดทำระบบบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร “ใกล้เก็บเกี่ยว” ใช้เทคโนโลยีและ AI เปลี่ยนเกมจากตามแก้ปัญหาสู่การบริหารจัดการล่วงหน้า นำร่องสินค้าข้าว ก่อนผลผลิตข้าวนาปีออกสู่ตลาดปลายปีนี้ เตรียมเปิดตัว และลงนาม MOU กับ 3 กระทรวงเพื่อร่วมกันขับเคลื่อน 30 ก.ย.นี้
KEY POINTS
- สนค. เตรียมเปิดตัวระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เพื่อบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยใช้เทคโนโลยีและ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลคาดการณ์ล่วงหน้า
- ระบบดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแนวทางการทำงานของภาครัฐจากการตามแก้ปัญหา เป็นการบริหารจัดการเชิงรุกก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น
- เป็นการทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวงหลัก (พาณิชย์, เกษตรฯ, อว., และดีอี) โดยจะเริ่มนำร่องกับสินค้าข้าวเป็นอันดับแรก
- เป้าหมายคือเพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ได้เร็วขึ้น สามารถกำหนดมาตรการได้ตรงจุดและทันเวลา และเชื่อมโยงผลผลิตเข้ากับตลาดที่มีความต้องการได้
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ได้จัดทำระบบบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร “ใกล้เก็บเกี่ยว” ตามโจทย์ที่ได้รับจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการยกระดับการบริหารสินค้าเกษตรของประเทศให้ก้าวไปไกลกว่าการติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้น
โดยได้นำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในการบริหารสินค้าเกษตรด้วยข้อมูลคาดการณ์ที่แม่นยำ เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ได้เร็ว กำหนดมาตรการได้ตรงจุด ทันเวลา และเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงได้อย่างแม่นยำ
โดย"ใกล้เก็บเกี่ยว "จะเป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากสิ่งที่ใช้มองย้อนหลัง ให้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยมองไปข้างหน้า โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งด้านการผลิต พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ตลาด และราคา เพื่อให้ภาครัฐเห็นสถานการณ์ได้เร็วขึ้น และมีเวลาเตรียมการก่อนที่สถานการณ์จะกลายเป็นปัญหา โดยเริ่มนำร่องกับข้าว ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ ก่อนผลผลิตนาปีทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี
“สิ่งที่ สนค. กำลังทำ ไม่ใช่การสร้าง Dashboard ขึ้นมาอีกหนึ่งระบบ แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในการบริหารสินค้าเกษตร จากข้อมูลที่ใช้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว ไปสู่ข้อมูลที่ช่วยให้เราเห็นว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งสถานการณ์ด้านการผลิต การตลาด ราคา ทำให้ภาครัฐมองเห็นสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น และมีเวลาเตรียมมาตรการและบริหารสถานการณ์ได้เร็วขึ้น”นายนันทพงษ์กล่าว
ทั้งนี้ ใกล้เก็บเกี่ยว เป็นการทำงานร่วมกันของ 4 กระทรวง โดยวันที่ 30 ก.ย.2569 จะมีการเปิดตัวระบบ และมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อเชื่อมข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน ให้สามารถมองสถานการณ์และทำงานบนเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้ใกล้เก็บเกี่ยว เป็นมากกว่าระบบพยากรณ์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ภาครัฐเห็นภาพเดียวกันและตัดสินใจได้เร็วขึ้น และจะช่วยเปลี่ยนวิธีทำงานของภาครัฐ จากตามสถานการณ์ไปสู่การเห็นล่วงหน้า จากรอแก้ปัญหาไปสู่การใช้ข้อมูลบริหารก่อนปัญหาจะมาถึง และเปลี่ยนบริบทการบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรสู่มิติใหม่
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการทำงานของ "ใกล้เก็บเกี่ยว" จะมีการบูรณาการข้อมูลข้าวตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ประกอบด้วย ข้อมูลคาดการณ์ผลผลิตข้าวจากภาพถ่ายดาวเทียมของ GISTDA ข้อมูลทะเบียนข้าวจากกรมส่งเสริมการเกษตร ข้อมูลราคารับซื้อข้าวเปลือกหน้าโรงสีจากกรมการค้าภายใน ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคข้าวจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และข้อมูลการค้าข้าวในตลาดโลกจากกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกันให้เห็นทั้งสถานการณ์ด้านผลผลิต ราคา และความต้องการของตลาด และมีการนำ AI มาวิเคราะห์และชี้เป้าตลาดที่มีศักยภาพและมีความต้องการข้าวมูลค่าสูง เชื่อมโยงข้อมูลฝั่งผลผลิต (Supply) กับความต้องการของตลาด (Demand) เพื่อให้การบริหารจัดการไม่ได้สิ้นสุดเพียงการคาดการณ์ว่าข้าวจะออกสู่ตลาดที่ไหน เมื่อไร เท่าใด แต่สามารถต่อยอดไปสู่การตอบโจทย์ว่า ข้าวเหล่านั้นควรเชื่อมโยงไปยังตลาดใด เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและรายได้ของเกษตรกร





