วันอังคาร ที่ 15 กันยายน 2569

Login
Login

‘พูนพงษ์ ’ว่าที่ปลัดพาณิชย์ กาง 9 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ ก่อนนั่งปลัดฯ 1 ต.ค. 69

"พูนพงษ์" ว่าที่ปลัดพาณิชย์  เปิด 9 ภารกิจเร่งด่วน สนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย เน้นเป้าหมายหลัก  ดูแลความเป็นธรรมทางการค้า ลุยลดค่าครองชีพ–ดัน SME–เร่ง FTA ไทย-อียู ชี้ 5 ปัจจัยพลิกกติกาการค้าโลก ประเทศที่ปรับตัวเร็วคือผู้ชนะ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โอกาสที่วันที่ 1 ต.ค. 2569 จะเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ภารกิจสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง โดยได้กำหนด 9 ภารกิจเร่งด่วนรองรับการค้าโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้กติกาการแข่งขันการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกัน

ปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนกติกาเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนเกมการแข่งขันทางการค้า ทุกประเทศมีรูปแบบทางการค้าที่เน้นการกระจายความเสี่ยง ประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนกติกาการค้าโลก โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่ออุปทานแรงงานและอุปสงค์ในตลาด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้โลกการแข่งขันทางการค้าเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ประเทศที่สามารถปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มีโอกาสที่จะปลดล็อกพันธนาการทางเศรษฐกิจของประเทศตนเองได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ไทยต้องเผชิญ ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนกติกาเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเกมการแข่งขัน แนวโน้มการกระจายความเสี่ยงทางการค้าของทุกประเทศ ประเด็นสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากรที่กระทบทั้งอุปทานแรงงานและอุปสงค์ในตลาด

สำหรับ 9 ภารกิจเร่งด่วนที่กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินการ ประกอบด้วยระยะสั้นและระยะกลาง ได้แก

1.ดูแลค่าครองชีพ ใช้มาตรการทางกฎหมายและกลไกการค้าคุมราคาสินค้าจำเป็น ผ่าน 3 มาตรการหลัก คือ ควบคุมและติดตามราคา ลดราคาสินค้าเชิงรุกผ่านโครงการ เช่น "ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ" และเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการ

2.สร้างความเป็นธรรมทางการค้า ป้องกันทุนใหญ่ใช้อำนาจเหนือตลาดกีดกัน SME ดูแลไม่ให้กดราคารับซื้อสินค้าเกษตร และคุ้มครองผู้บริโภค

3.สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพ SME ปัจจุบันไทยมี SME 3.28 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด จ้างงาน 13 ล้านคน สร้าง GDP 34.8% ขณะที่ 7 เดือนแรกปี 2569 (ม.ค.–ก.ค.) ส่งออกได้ 32,817.8 ล้านดอลลาร์ หรือเพียง 14.2% ของมูลค่าส่งออกรวม จึงยังมีช่องเติบโตอีกมาก เน้น 4 กลยุทธ์ คือ เสริมแกร่งด้วยดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ ขยายช่องทางตลาดออนไลน์ ยกระดับการบริหารจัดการและการเงิน และผลักดันส่งออกด้วยโมเดล SME Pro-active พร้อมเร่งปรับทิศทางสินค้า GI เน้นคุณภาพและมูลค่าควบคู่ปริมาณรายการ

4.เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ แม้ส่งออกไทยทำสถิติสูงสุดต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการที่เป็นของคนไทยทั้งหมดมีสัดส่วนเพียง 25% จึงปรับวิธีเป็น "ชี้นำด้วยความต้องการของตลาดโลก" ใช้ข้อมูลเชิงลึกชี้เป้าให้เกษตรกรและผู้ประกอบการวางแผนผลิตได้ตรงจุด พร้อมยกระดับสู่สินค้านวัตกรรมมูลค่าสูง เช่น อาหารแห่งอนาคต อาหารฟังก์ชัน สารสกัดเพื่อการแพทย์ และบริการศักยภาพสูง เช่น Soft Power คอนเทนต์ไทย และบริการทางการแพทย์

5.เร่งรัดการเจรจาการค้าสำคัญ โดยเฉพาะ FTA ไทย-สหภาพยุโรป ปัจจุบันไทยมี FTA 17 ฉบับ กับ 24 ประเทศ แบ่งเป็นทวิภาคี 9 ฉบับ และระดับภูมิภาค 8 ฉบับ

6.ป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมาย ผ่านกลไกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ปี 2569 ตรวจเข้มตั้งแต่ขั้นจดทะเบียนนิติบุคคล ใช้ระบบฐานข้อมูลคัดกรองกลุ่มเสี่ยง กำหนดบทลงโทษรุนแรง และสกัดกั้นทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

7.ยกระดับบริการให้สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย เปลี่ยนผ่านจากกระดาษสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ลดขั้นตอน ลดเวลา ลดต้นทุน และลดการเผชิญหน้าที่นำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์

8.แก้ไขกฎ ระเบียบให้ทันสมัย ปรับปรุงหรือยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าสมัยและเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ

9.ดูแลและสนับสนุนบุคลากร จัดคนให้เหมาะกับความสามารถ ส่งมอบเครื่องมือและเทคโนโลยี พร้อมวางระเบียบรองรับให้ข้าราชการทำงานได้อย่างสบายใจ โปร่งใส

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานสำคัญแต่มีบุคลากรจำกัดและงบประมาณน้อยเมื่อเทียบกับภารกิจ การทำงานอย่างมีกลยุทธ์จึงจำเป็น โดยทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งขึ้น มีมูลค่าสูงขึ้น กระจายโอกาสได้กว้างขึ้น และแข่งขันได้ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง