EECO จับมือ INNOPOWER ร่วม MOU วางโรดแมป พัฒนาต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ นำเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาประยุกต์ใช้ หนุนภาคอุตสาหกรรมรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และนายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด (INNOPOWER) ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ปรับตัวสู่มาตรฐานสากล และรับมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีบทบาทต่อการแข่งขันในตลาดโลกมากขึ้น
ภายใต้ MOU ครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะมุ่งพัฒนาแนวทางให้อุตสาหกรรมเป้าหมายสามารถดำเนินธุรกิจควบคู่กับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) พร้อมยกระดับศักยภาพนักลงทุนและผู้ประกอบการให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและมาตรฐานสากล
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า EECO จะมุ่งส่งเสริมการลงทุนที่สร้างคุณค่าให้กับประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี บุคลากร และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่แข่งขันได้และเติบโตอย่างยั่งยืน แนวทางนี้สะท้อนอยู่ในการประเมินข้อเสนอโครงการลงทุนเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ของ EEC ซึ่งมีมิติด้านความยั่งยืนในการดำเนินงาน และการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุน EECO ในการออกแบบกลไกสนับสนุนผู้ประกอบในพื้นที่ และการออกแบบนโยบายเพื่อสนับสนุนให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ
ทั้งนี้ EECO จะร่วมพัฒนาข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการของผู้ประกอบการและออกแบบมาตรการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนเชื่อมโยงนักลงทุนและผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ และสามารถนำผลจากโครงการต้นแบบไปต่อยอดในวงกว้างได้ในอนาคต
นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร INNOPOWER กล่าวว่า โจทย์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ คือการทำให้ผู้ประกอบการมีทั้งข้อมูล เครื่องมือ และแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ความร่วมมือกับ EECO ครั้งนี้ จะช่วยนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ให้สามารถวางแผนลดคาร์บอน ปรับตัวสู่การใช้พลังงานสะอาด และเตรียมความพร้อมต่อมาตรฐานสากลได้อย่างเหมาะสม
ทางฝ่าย INNOPOWER จะทำหน้าที่ในฐานะ Decarbonization Partner โดยนำความเชี่ยวชาญด้านพลังงานมาใช้ตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ การออกแบบระบบและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับโครงการต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและวางแผนลดคาร์บอน ตลอดจนเสนอแนวทางด้านพลังงานหมุนเวียนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM รวมถึงสนับสนุนบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และองค์ความรู้สำหรับการอบรมและสัมมนาแก่นักลงทุนและผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC
นอกจากนี้ ในเชิงปฏิบัติ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมพัฒนาแนวทางผ่านแพลตฟอร์มและนวัตกรรมดิจิทัล ตั้งแต่การคำนวณก๊าซเรือนกระจกไปจนถึงการวางแผนลดคาร์บอน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (CBAM) ควบคู่กับการศึกษาแนวทางด้านพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และกลไกการจัดหาพลังงานสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 Carbon-Free Energy)
สำหรับการลงนาม MOU ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปีนี้ ทั้งสองฝ่าย จะได้ร่วมศึกษาความเป็นไปได้และคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีความพร้อม ก่อนพัฒนาและนำร่องทดลองใช้แพลตฟอร์มวางแผนลดคาร์บอน รวมถึงจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการ พร้อมติดตามและประเมินผล เพื่อนำองค์ความรู้และผลลัพธ์ที่ได้ไปต่อยอดสู่ต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ใน EEC ต่อไป





