การยางแห่งประเทศไทย ร่วมเวทีถุงมือยางโลก IRGCE 2026 ที่มาเลเซีย ชูความพร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับ EUDR และ TRT รุกตลาดสากล
KEY POINTS
- กยท. เข้าร่วมงานประชุมถุงมือยางนานาชาติ (IRGCE) ที่มาเลเซีย เพื่อสร้างความร่วมมือทางการค้าและผลักดันการส่งออกยางพาราไทย
- นำเสนอระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของยางพาราไทย ซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR)
- ชูแพลตฟอร์มดิจิทัล Thai Rubber Trade (TRT) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นกลไกในการซื้อขายยางในตลาดโลก
- มุ่งเป้าส่งออกน้ำยางพาราเข้าสู
การยางแห่งประเทศไทย ร่วมเวทีถุงมือยางโลก IRGCE 2026 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มุ่งเชื่อมความร่วมมือการค้าไทย-มาเลเซีย พร้อมชูนวัตกรรมระบบตรวจสอบย้อนกลับมาตรฐาน EUDR และแพลตฟอร์ม TRT รองรับความต้องการน้ำยางพาราในตลาดโลก
นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท. ได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการและนิทรรศการถุงมือยางนานาชาติ ครั้งที่ 12 (IRGCE 2026) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งมาเลเซีย (MARGMA) เพื่อติดตามทิศทางเทคโนโลยี พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้นำอุตสาหกรรม ผู้ผลิต และผู้ซื้อจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
จากการหารือกับผู้ประกอบการถุงมือยางชั้นนำ พบว่าอุตสาหกรรมยังมีความต้องการใช้น้ำยางธรรมชาติในปริมาณสูง โดยผู้ประกอบการยกให้ไทยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสำคัญของโลก พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ กยท. ยังได้หารือกับ Dato' Dr. Zairossani Mohd Nor อธิบดี Malaysian Rubber Board ด้านแนวทางการผลิตและการซื้อขายน้ำยางระหว่างสองประเทศภายใต้กรอบ MOU
“กยท. ได้ชูความพร้อมการผลิตยางที่สอดรับกับกฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มา และการประมูลซื้อขายยางผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล Thai Rubber Trade (TRT) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสการส่งออกน้ำยางพาราไทย เข้าสู่กระบวนการผลิตถุงมือยางของมาเลเซียและตลาดโลกอย่างยั่งยืน”
การร่วมเวที IRGCE 2026 และการผลักดันมาตรฐาน EUDR ควบคู่กับแพลตฟอร์มดิจิทัล TRT ถือเป็นก้าวสำคัญของ กยท. ในการยกระดับน้ำยางพาราไทย สู่อุตสาหกรรมระดับโลก การผนึกกำลังกับมาเลเซียซึ่งเป็นฐานการผลิตถุงมือยางชั้นนำ จะช่วยสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับมูลค่าการส่งออก และสร้างความได้เปรียบทางการค้าอย่างยั่งยืนในยุคที่ตลาดสากลเน้นย้ำเรื่องสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบย้อนกลับ





