“พิพัฒน์” นำถก ครม.จับตาวาระใหญ่! เบรกสร้างกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ – ก.เกษตร ขอกู้ ADB 9.5 หมื่นล้าน ปรับปรุงระบบชลประทาน จับตา! แต่งตั้งโยกย้าย ขรก. ระดับซี10-อธิบดี หลายกระทรวง
KEY POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
- กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอวาระสำคัญเพื่อขอยกเลิกโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่
- การยกเลิกโครงการดังกล่าวรวมถึงการยกเลิกรายการผูกพันงบประมาณปี 2569-2571 ซึ่งเท่ากับเป็นการชะลอแผนก่อสร้างออกไป
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ประจำสัปดาห์แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเดินทางไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน เพื่อปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ
สำหรับวาระสำคัญที่น่าจับตา กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอขอยกเลิกรายการค่าก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ ซึ่งเป็นรายการผูกพันงบประมาณปี 2569 -2571 รวมถึงรายการค่าควบคุมงานก่อสร้างโครงการดังกล่าว เท่ากับเป็นการชะลอแผนก่อสร้างอาคารกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ออกไป
ขณะที่กระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอขออนุมัติกรอบวงเงินและรูปแบบกรมธรรม์ประกันภัยธรรมชาติ ทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยมีกรอบวงเงินรวม 1.5 หมื่นล้านบาท
ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอขอความเห็นชอบโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาตอนล่าง ฝั่งตะวันออกตอนล่าง วงเงินประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท โดยมีแผนใช้เงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ร่วมกับงบประมาณแผ่นดิน
เช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอเรื่องการกู้เงินจาก ADB เพื่อใช้ในโครงการรายจ่ายลงทุนสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ขณะที่กระทรวงพลังงาน มีวาระเกี่ยวกับการให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66, L3/66 และ L8/66 รวมถึงการโอนสัญญาแบ่งปันผลผลิตในแปลงสำรวจทะเลอ่าวไทยหมายเลข G1/65 และ G3/65
นอกจากนี้ ยังมีวาระโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาในส่วนของการลงทุนด้านพลังงาน
ส่วนวาระด้านการปฏิรูประบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. จะเสนอแนวทางการไม่เรียกเอกสารจากประชาชนในการติดต่อราชการ ขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ หรือ ค.ต.ป. จะเสนอแนวทางการบริหารสินทรัพย์ของหน่วยงานรัฐที่อยู่ระหว่างการทบทวนการใช้ประโยชน์
ด้านการศึกษาและวิจัย สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เตรียมเสนอระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2570
ขณะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เตรียมเสนอขอขยายระยะเวลาและปรับปรุงแผนดำเนินงานโครงการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่และกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง เพื่อรองรับภาคการผลิต ตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ปี 2570 ถึง 2574
ส่วนกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต รวมถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิก Asia-Pacific Road Safety Observatory หรือ APRSO ของประเทศไทย
นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย ยังมีวาระการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนศูนย์ประสานงานอาเซียน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
อีกประเด็นที่ต้องจับตา คือ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวง เพื่อทดแทนตำแหน่งผู้บริหารที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยขณะนี้ยังมีอีกหลายกระทรวงที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารระดับ 10 หรือระดับอธิบดี เพื่อเข้ามารับตำแหน่งแทนผู้ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ





