วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

ครม. ปรับโฉม ‘เมืองใหม่ EEC’ 1.4 หมื่นไร่ ดึงเงินลงทุน 1.34 ล้านล้าน

ครม. ไฟเขียวปรับโฉม “เมืองใหม่ EEC"  ดึงลงทุน 1.34 ล้านล้านบาท ดันจีดีพีพุ่ง 2 ล้านล้าน มุ่งเป้าท็อป 10 เมืองอัจฉริยะโลกภายในปี พ.ศ. 2580

KEY POINTS

  • ครม. เห็นชอบการปรับปรุงโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ EEC ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บนเนื้อที่ประมาณ 1.4 หมื่นไร่
  • ตั้งเป้าดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรวม 1.34 ล้านล้านบาทภายใน 10 ปี โดยเน้นสัดส่วนการลงทุนจากภาคเอกชนเป็นหลัก
  • มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการเพื่อดึงดูดนักลงทุน เช่น ปรับรูปแปลงที่ดินให้เหมาะกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และพัฒนาแบบกระจุกตัวเพื่อลดต้นทุน
  • คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ (GDP) ให้ประเทศกว่า 2 ล้านล้านบาท และสร้างงานโดยตรงกว่า 200,000 ตำแหน่ง

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมาเห็นชอบการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2565 เรื่องโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอ 

โดยสาระสำคัญคือจากที่ สกพอ.ได้ดำเนินการขับเคลื่อน โครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) บริเวณตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุด คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงขอบเขตพื้นที่โครงการจากเดิมประมาณ 14,619 ไร่ ปรับเป็นพื้นที่ใหม่ประมาณ 14,586 ไร่ 

ทั้งนี้ สกพอ.ว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบขอบเขตพื้นที่โครงการในครั้งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะ โดยได้มีการดำเนินการผ่านขั้นตอนต่างๆได้แก่ 

1.) การจัดสรรแปลงที่ดินให้เอื้อต่อกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ โดยปรับรูปแปลงที่ดินให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ในการออกแบบ วางผังอาคาร และรองรับการขยายพื้นที่ในอนาคต

2.) เน้นการพัฒนาแบบกระจุกตัว โดยได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบพื้นที่พัฒนาจากแนวยาว (Linear Development) มาเป็นกลุ่มกระจุกตัว เพื่อสร้างความคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้าง (CAPEX) และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและบำรุงรักษา (O&M) ของระบบโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ 

3.) การใช้ประโยชน์โครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับโครงข่ายเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ยังคงสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งและระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวกและกระชับมากขึ้น

4.) การพัฒนาพื้นที่ตอบโจทย์การรองรับกลุ่ม Bio-Circular-Green (BCG) ที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนใน EECiti ที่เน้นนวัตกรรมพลังงานสะอาด และส่งเสริมเป้าหมายสังคมความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ EEC ถูกวางเป้าหมายให้เป็นเมืองธุรกิจคู่ขนานกับกรุงเทพมหานคร และมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 10 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ของโลกภายในปี พ.ศ. 2580 โดยมีตัวเลขคาดการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่

1.) การลงทุนเมกะโปรเจกต์ 1.34 ล้านล้านบาท โดยคำนวณจากมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งโครงการตลอดระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็นสัดส่วนการลงทุนเน้นภาคเอกชน 87.5% การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) 9.7% และการลงทุนจากภาครัฐ 2.8%

โดยในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะมีการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคอัจฉริยะส่วนกลางรวม 10 ระบบในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ (PPP) เช่น พลังงานสะอาด, ประปา, บำบัดน้ำเสีย, ขยะ, ดิจิทัล, คมนาคมขนส่ง ฯลฯ) รวมวงเงินลงทุนในส่วนนี้ประมาณ 72,042 ล้านบาท เพื่อให้ EECiti มีความพร้อมในการรองรับการลงทุนของภาคธุรกิจ และการอยู่อาศัยของประชาชน 

2.) การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยวัดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่จะเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า EECiti จะช่วยสร้างมูลค่า GDP ให้กับประเทศไทยรวมกว่า 2 ล้านล้านบาท ภายในช่วง 10 ปีของการพัฒนาโครงการ 

และ 3.) รองรับประชากรและการจ้างงาน โดย EECiti ได้มีการออกแบบและวางผังรองรับประชากรได้สูงสุด 350,000 คน และคาดว่าจะเกิดการสร้างงานทางตรงมากกว่า 200,000 ตำแหน่ง