“กรมศุลกากร” แจ้งผลการจัดเก็บอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรก สำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ช่วง 11 เดือนแรกปีงบประมาณ 2569 ได้เกิน 4,000 ล้านบาท ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ยอดสั่งซื้อสินค้าชิ้นเล็กจากต่างประเทศชะลอลง หนุนผู้บริโภคซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้น
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บอากรขาเข้าตั้งแต่บาทแรก ภายหลังการปรับลดเกณฑ์ “De Minimis” ซึ่งเป็นการยกเลิกการงดเว้นภาษีอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ช่วง 11 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2569 ได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าสินค้ารวม 41,000 ล้านบาท จำนวนสินค้า 225 ล้านชิ้น
โดยมาตรการดังกล่าวทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยพบว่าตัวเลขการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท มีแนวโน้มลดลง จากราคาของสินค้าที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา, เคสโทรศัพท์มือถือ, สายนาฬิกา ฯลฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในทางกลับกัน ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มผู้ค้าภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากประเทศจีนซึ่งก่อนหน้านี้มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น กลับมามีลักษณะทรงตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เลือกซื้อสินค้าจากต่างประเทศน้อยลงด้วย
สำหรับผลการจัดเก็บรายได้ภาพรวมของกรมศุลกากร ซึ่งรวมภาษีที่กรมศุลกากรจัดเก็บแทนหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ภาษีสรรพสามิต, และภาษีมหาดไทย ในช่วง 11 เดือนแรกปีงบ 2569 อยู่ที่ 590,800 ล้านบาท โตเพิ่มขึ้น 9% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน
โดยคาดว่าเมื่อครบ 12 เดือน ยอดจัดเก็บรายได้จะทะลุกว่า 600,000 ล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณ 2568 ที่ 596,000 ล้านบาท
เฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มในช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 2569 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 338,743 ล้านบาท โต 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา





