วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569

Login
Login

ปตท. โชว์วิชันปลดล็อกพลังงาน สร้างสมดุล ความมั่นคง ‘ราคาเป็นธรรม’

ปตท. กางยุทธศาสตร์รับมือวิกฤตพลังงานโลก ชี้อนาคตต้องขับเคลื่อนผ่าน Energy Trilemma สร้างสมดุล ความมั่นคง ราคาเป็นธรรม ลดคาร์บอน ย้ำก๊าซธรรมชาติ-LNG เป็น Destination Fuels เชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่านสำคัญอีกหลายทศวรรษ เปิดบ้านเจ้าภาพร่วม Gastech 2026 ยกทัพนวัตกรรมพลังงานโชว์ศักยภาพไทย

KEY POINTS

  • ปตท. ชูหลักการ "Energy Trilemma" เป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนอนาคตพลังงาน โดยต้องสร้างสมดุลระหว่าง 3 ด้าน คือ ความมั่นคงทางพลังงาน, ราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้, และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • มองว่าโจทย์สำคัญไม่ใช่การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลทันที แต่คือการผลิตและใช้อย่างรับผิดชอบมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และเชื้อเพลิงไฮโดรเจน
  • เน้นย้ำบทบาทของก๊าซธรรมชาติและ LNG ในฐานะ "Destination Fuels" ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบและเป็นไปได้จริง
  • ชี้ว่าความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคอาเซียนต้องอาศัยความร่วมมือผ่านเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานก๊าซฯ และ LNG ที่เชื่อมโยงกัน เพื่อรับมือกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและสร้างเสถียรภาพร่วมกัน
  • เตรียมเป็นเจ้าภาพร่วมงาน "Gastech 2026" เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และนวัตกรรมที่สนับสนุนการสร้างสมดุลพลังงาน เช่น ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ และการใช้ประโยชน์จากความเย็น LNG

ภูมิทัศน์พลังงานโลก ก้าวสู่ทศวรรษสำคัญที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความท้าทาย ทั้งความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวน ห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ซึ่งการขยายตัวรวดเร็วของการใช้พลังงานไฟฟ้า ตลอดจนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่เปลี่ยนแปลงระบบพลังงาน 

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าว “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภูมิทัศน์พลังงานโลกกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษสำคัญที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายรอบด้าน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการใช้พลังงานไฟฟ้า ตลอดจนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI กำลังเปลี่ยนแปลงระบบพลังงาน บริบทดังกล่าว ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ต้องมีความมั่นคง เชื่อถือได้ มีความยืดหยุ่น และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน หลายประเทศต้องเดินหน้าควบคู่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า อนาคตของพลังงานต้องเดินหน้าบนหลัก Energy Trilemma คือการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การมีพลังงานในราคาที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้ง 3 ด้านไม่ใช่สิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน เพื่อให้ระบบพลังงานมีความมั่นคง แข่งขันได้ และยั่งยืนในระยะยาว

แม้ว่าทุกภูมิภาคจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลด้านพลังงาน (Energy Trilemma) แต่ความท้าทายของอาเซียนมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ เนื่องจากความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติของอาเซียนยังคงเติบโตเร็วกว่ากำลังการผลิตภายในประเทศ

ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานนี้ ทำให้ความร่วมมือระดับภูมิภาคเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกัน ความท้าทายดังกล่าว ถือเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน เพราะได้พัฒนาจุดแข็งสำคัญ

นั่นคือ เครือข่ายก๊าซธรรมชาติระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงกัน ด้วยระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติข้ามพรมแดนและโครงสร้างพื้นฐาน LNG ช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สามารถแบ่งปันแหล่งพลังงาน เสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความผันผวน และร่วมกันยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาค ดังนั้น ความมั่นคงทางพลังงานไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงความรับผิดชอบของแต่ละประเทศอีกต่อไป 

พลังงานไม่กำหนดโดยเทคโนโลยีเดียว

สำหรับอาเซียน ความมั่นคงทางพลังงานกำลังกลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภูมิภาค บนพื้นฐานของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกัน ความร่วมมือระหว่างพันธมิตร และความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน

ไฮโดรคาร์บอนจะยังคงมีบทบาทสำคัญในโครงสร้างพลังงานของโลกต่อไปอีกหลายทศวรรษ ดังนั้น โจทย์สำคัญไม่ใช่การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในทันที แต่คือการผลิตและใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้อย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ควบคู่กับการเร่งนำเทคโนโลยีและแนวทางการลดคาร์บอนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงมาใช้

“ปตท. เรากำลังขับเคลื่อนพอร์ตโฟลิโอแบบบูรณาการ ด้วยการลดการปล่อยก๊าซมีเทน พัฒนาเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) การพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามธรรมชาติ”

 

ขณะเดียวกันยังคงรักษาสมดุลด้านความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ และความยั่งยืน ก๊าซธรรมชาติและ LNG ในฐานะ Destination Fuels จะยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้เกิดขึ้นอย่างสมดุลและเป็นไปได้จริง

โดย LNG จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

อนาคตของพลังงานจะไม่ได้ถูกกำหนดโดยเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง หรือเชื้อเพลิงประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่จะถูกกำหนดโดยความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน ควบคู่กับการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

ปตท.พร้อมโชว์เวที Gastech

ทั้งนี้ งาน Gastech จะเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง สำหรับ ปตท. เชื่อว่าอนาคตของพลังงานต้องขับเคลื่อนภายใต้หลัก Energy Trilemma ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ส่งเสริมกันและต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน

“เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ก๊าซธรรมชาติและ LNG ในฐานะ Destination Fuels จะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานของโลกต่อไปอีกหลายทศวรรษ ความท้าทายจึงไม่ใช่การเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลชั่วข้ามคืน แต่คือการผลิตและใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้อย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น ด้วยการเร่งลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกัน”

พร้อมสามารถขับเคลื่อน Energy Trilemma ทั้งการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ และขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

ทั้งนี้ ปตท. ในฐานะเจ้าภาพร่วมงาน “Gastech 2026” งานประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานครั้งสำคัญของโลก โดยมีรัฐมนตรี-ผู้แทนภาครัฐกว่า 30 ประเทศ และบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 แห่งจาก 150 ประเทศ ร่วมหารืออนาคตความมั่นคงทางพลังงาน ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ สำหรับนิทรรศการกลุ่ม ปตท. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Flow” ผ่าน 7 โซนไฮไลต์นวัตกรรม อาทิ

1. Gas Infrastructure Flow: สัมผัสโครงสร้างพื้นฐานก๊าซฯ จากทะเลสู่ชีวิตประจำวันแบบมีมิติ ผ่านแว่น XR Glasses x LED Screen

2. LNG Cold Utilization: ห้อง Strawberry Immersive Mapping Room เล่าเรื่องราวจากพลังงานความเย็น LNG สู่ผลผลิตพืชเมืองหนาว

3. Decarbonization & Smart Energy: เจาะลึกเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (AI/IoT)

ขณะที่ไฮไลต์พิเศษเป็นการเปิดประสบการณ์ทดลองเมนูพิเศษจากเชฟชื่อดังระดับประเทศ ทั้งเชฟตาม เชฟเป่าเป้ และเชฟชุมพล ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษจาก “สตรอว์เบอร์รี Harumiki” ผลผลิตจากนวัตกรรมความเย็น LNG