“เอกนิติ” ชี้งบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาท แก้ปัญหาและรองรับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ไม่ซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. เงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานวงเงิน 2 แสนล้านบาท เนื่องจาก พ.ร.ก. มีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง พร้อมรับข้อสังเกตจาก กมธ. เกี่ยวกับการบริหารเงินทุนหมุนเวียน และเงินนอกงบประมาณไปพิจารณาในรายละเอียดต่อไป
ภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งบกลางส่วนรายการที่ 5 เพื่อแก้ปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤติความผันผวนของราคาพลังงานวงเงินทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท ว่าอาจซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ส่วนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า งบกลาง วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่ทางสำนักงบประมาณได้ตั้งขึ้นเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนนั้น ไม่มีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. เงินกู้แต่อย่างใด
เนื่องจาก พ.ร.ก. เงินกู้ มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่เฉพาะเจาะจงและชัดเจน คือ ช่วยลดภาระรายจ่ายของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน รวมถึงการรองรับกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
อีกด้านหนึ่ง กมธ. ยังกล่าวถึงการการจัดทำงบประมาณปี 2570 ต่อไปว่า กมธ. พบข้อมูลเงินนอกงบประมาณ บวกกับทุนสำรองหมุนเวียนรวมกันแล้วมากกว่า 4-5 ล้านล้านบาท แต่หน่วยงานเจ้าของงบประมาณกลับยินยอมนำเงินมาสมทบเพื่อจัดทำงบประมาณปี 2570 เพียง 95,000 ล้านบาท คิดเป็น 2.5% ของงบประมาณรายจ่าย ท่ามกลางภาวะที่กระทรวงการคลัง จัดเก็บเงินเพิ่มขึ้นได้น้อยลง
ในการนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการบริหารจัดการด้านงบประมาณ หรือจะมีการดึงเงินส่วนนี้มาใช้อย่างไรนั้น ตนเองได้รับฟังและพร้อมรับข้อสังเกตทั้งหมดจากคณะกรรมาธิการทุกคน เพื่อนำไปพิจารณาและตรวจสอบรายละเอียดต่อไป
“วันนี้ผมได้รับฟังข้อสังเกตจากกรรมาธิการทุกคน ซึ่งเดี๋ยวผมขอรับไปดู”





