วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

วัชระพล ลุยตั้ง Task Force ปราบปลาหมอคางดำ ยื่นของบกลาง

วัชระพล สั่งตั้งคณะกรรมการพิเศษควบคู่ Task Force ลุยแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ 21 จังหวัด เดินหน้ากำจัดทันทีโดยไม่รอคดีศาลปกครองจบ

KEY POINTS

  • กระทรวงเกษตรฯ ตั้งคณะกรรมการพิเศษและ Task Force ระดับจังหวัด เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ
  • การระบาดขยายวงกว้างรวม 21 จังหวัด โดยล่าสุดมีการยืนยันว่าพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์
  • รัฐบาลเดินหน้ากำจัดเชิงรุกทันทีโดยไม่รอให้คดีในศาลปกครองถึงที่สุด พร้อมเตรียมยื่นของบประมาณกลางเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งคณะกรรมการพิเศษและชุด Task Force ยกระดับรับมือปลาหมอคางดำระบาด 21 จังหวัด ล่าสุดโผล่เขื่อนลำปาว พร้อมยื่นของบกลางเพิ่ม ลุยกำจัดเชิงรุกทันทีโดยไม่รอคดีศาลปกครองถึงที่สุด

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการยกระดับแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำว่า จะตั้งกลไกเฉพาะกิจในรูปแบบคณะกรรมการพิเศษ เพื่อกำกับการแก้ไขปัญหาโดยตรง ควบคู่กับการตั้งคณะเคลื่อนที่เร็วระดับจังหวัด (Task Force) ในทุกจังหวัดที่พบปลาหมอคางดำ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานการทำงานระหว่างหลายหน่วยงานและลงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

วัชระพล ลุยตั้ง Task Force ปราบปลาหมอคางดำ ยื่นของบกลาง

ข้อมูลกรมประมงระบุ พื้นที่ที่ยังพบปลาหมอคางดำแบ่งตามระดับความชุกชุม 18 จังหวัด โดยระดับมาก 1 จังหวัด คือ ชลบุรี ระดับปานกลาง 9 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนครศรีธรรมราช และระดับน้อย 8 จังหวัด ได้แก่ ตราด ฉะเชิงเทรา นนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม ราชบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา ขณะที่ปราจีนบุรีและพัทลุง ซึ่งเคยอยู่ในพื้นที่แพร่ระบาด ปัจจุบันสำรวจไม่พบแล้ว ส่วนพื้นที่เฝ้าระวัง 2 จังหวัด คือ ตราด ซึ่งยังพบปลาหมอคางดำในระดับน้อย และปัตตานียังไม่พบ ขณะที่ล่าสุดตรวจยืนยันพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ทำให้พื้นที่ที่พบหรือเคยพบปลาหมอคางดำรวม 21 จังหวัด

" ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินมาตรการเชิงรุก 7 ด้าน ได้แก่ เร่งจับและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการระบาด ปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อช่วยควบคุมจำนวน นำปลาที่จับได้ไปใช้ประโยชน์ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย ดึงเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนร่วมเฝ้าระวัง ใช้นวัตกรรมและงานวิจัย เช่น ระบบติดตาม (Tracking) และการวิเคราะห์ DNA รวมถึงฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางน้ำหลังควบคุมปลาหมอคางดำในพื้นที่ได้"

จากนี้จะนำมาตรการที่ได้ผลมาเพิ่มความเข้มข้นให้ครอบคลุมพื้นที่ พร้อมเพิ่มมาตรการใหม่ โดยใช้เครื่องมือตามที่กฎหมายประมงฉบับใหม่อนุญาต รวมถึงวิธีการที่กรมประมงทดลองและประเมินแล้วว่ามีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างกลไกให้ชาวประมง ชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมและลดจำนวนปลาหมอคางดำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

สำหรับกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมงดำเนินการตามแผนแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุน และดำเนินการภายใน 180 วันนับแต่คดีถึงที่สุด นั้น รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และการประกอบอาชีพของประชาชน จึงเดินหน้าแก้ไขและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รอให้คดีถึงที่สุด

ส่วนการอุทธรณ์คำพิพากษา เบื้องต้นได้รับรายงานว่ากรมประมงอยู่ระหว่างหารือกับฝ่ายกฎหมาย และได้สั่งการให้พิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม แต่ไม่ว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ การแก้ไขปัญหาต้องเดินหน้าควบคู่กันไป

" กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังประสานกระทรวงมหาดไทยเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกำชับกรมประมงเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตนำเข้าและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น รวมถึงยกระดับระบบเฝ้าระวังบริเวณด่านและกลไกกำกับดูแล เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต"

สำหรับกรณีพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์  นั้น ได้รับรายงานตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และสั่งการให้ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที แม้การสำรวจของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นยังไม่พบปลาหมอคางดำ แต่ผลตรวจตัวอย่างปลาที่ประชาชนนำมาและระบุว่าพบจากเขื่อนลำปาว ยืนยันว่าเป็นปลาหมอคางดำ จึงสั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการสำรวจและเฝ้าระวังอย่างละเอียด

ด้านนายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ล่าสุดมีประชาชนพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาวเพิ่มอีก 2 ตัว นับเป็นการพบครั้งที่ 2 ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงสำรวจและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีโอกาสน้อยที่ปลาหมอคางดำจะเดินทางมาตามกระแสน้ำจนถึงเขื่อนลำปาว เนื่องจากเป็นปลาที่เติบโตได้ดีในน้ำกร่อยและมีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีผู้นำมาปล่อยในพื้นที่ แต่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้สั่งการฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เร่งสำรวจและควบคุมอย่างจริงจัง โดยประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังสามารถควบคุมได้ พร้อมขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเจ้าหน้าที่หากพบปลาต้องสงสัย