ศาลปกครองกลางพิพากษาให้กรมประมงเร่งกำจัด-ฟื้นฟูปลาหมอคางดำภายใน 180 วัน พร้อมยกคำขอชดใช้ค่าเสียหายจากเอกชน ด้าน “สุริยะ” ขานรับสั่งการ “วัชระพล” ลุย 7 มาตรการ เผยกำจัดไปแล้วกว่า 10.6 ล้านกก.
KEY POINTS
- ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้กรมประมงและกระทรวงเกษตรฯ ควบคุมและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้เกิดผลภายใน 180 วัน
- กระทรวงเกษตรฯ ขานรับคำสั่งศาล โดยรัฐมนตรีฯ สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินการตาม 7 มาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้น
- ศาลยังสั่งให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบใน จ.สมุทรสงคราม แต่ยกคำร้องที่ให้เอกชนชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ
- กรมประมงรายงานว่าได้กำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศไปแล้วกว่า 10.68 ล้านกิโลกรัม
ศาลปกครองกลางพิพากษาคดีปลาหมอคางดำ สั่งกรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการควบคุม ป้องกัน และฟื้นฟูระบบนิเวศให้เห็นผลภายใน 180 วัน พร้อมสั่งกระทรวงมหาดไทยเยียวยาชาวบ้านในพื้นที่สมุทรสงคราม ขณะที่ยกคำขอในส่วนการเรียกร้องให้เอกชนชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ ด้านกระทรวงเกษตรฯ ขานรับคำสั่งทันควัน “สุริยะ” สั่งการ “วัชระพล” กำกับกรมประมงเดินหน้า 7 มาตรการเข้ม เผยลุยกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศได้แล้วกว่า 10.68 ล้านกิโลกรัม
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ส.14/2567 ซึ่งผู้ฟ้องรวม 54 คน ยื่นฟ้องกรมประมงกับพวกรวม 18 คน จากกรณีที่กรมประมงละเลยต่อหน้าที่ในการป้องกันและควบคุมสัตว์น้ำต่างถิ่นตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น โดยศาลฯ มีคำสั่งให้กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในการควบคุม ป้องกัน แก้ไข และระงับยับยั้งการขยายพันธุ์หรือการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ (ปลาหมอคางดำ) ในพื้นที่แพร่ระบาด ตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 และมาตรการอื่นที่จำเป็น โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันกำกับดูแลและสนับสนุนทรัพยากร เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผลภายใน 180 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำพิพากษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ออกประกาศกำหนดพื้นที่อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม และอำเภอบางคนที เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน เฉพาะผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ในส่วนของคำขอที่เรียกร้องให้บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ในฐานะผู้ร้องสอด รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 นั้น ศาลปกครองพิจารณาว่า การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีโดยตรง ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีในส่วนนี้ ศาลจึงมีคำสั่งยกคำขอในส่วนดังกล่าวโดยไม่มีคำพิพากษาใด ๆ
ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการเร่งด่วนให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับดูแลกรมประมง เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง พร้อมสั่งการให้กรมประมงจัดทำรายละเอียดแผนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการแก้ไขปัญหาตามคำพิพากษาโดยเร็วที่สุด
ด้าน นายวัชระพล กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามากำกับดูแลกรมประมง ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเร่งรัดการดำเนินงานตาม 7 มาตรการ และเตรียมออกหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นมาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุดตามคำพิพากษา
สำหรับผลการดำเนินงานของกรมประมง ณ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 สามารถกำจัดปลาหมอคางดำออกจากระบบนิเวศได้แล้วรวม 10,683,073.25 กิโลกรัม แบ่งเป็นจากบ่อเลี้ยง 6,568,259.70 กิโลกรัม (ร้อยละ 61.48) และจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 4,114,813.55 กิโลกรัม (ร้อยละ 38.52) ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาด พบว่ามีพื้นที่ที่มีระดับความชุกชุมลดลง 10 จังหวัด ระดับความชุกชุมคงที่ 8 จังหวัด ขณะที่พื้นที่เฝ้าระวังและพื้นที่พบการระบาดใหม่มีอย่างละ 3 จังหวัด
สำหรับ 7 มาตรการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำที่กระทรวงเกษตรฯ กำลังเร่งขับเคลื่อน ประกอบด้วย:
- ควบคุมและกำจัด ปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาดและบ่อเพาะเลี้ยง
- ปล่อยปลาผู้ล่าประจำถิ่น เพื่อช่วยควบคุมจำนวนประชากรปลาหมอคางดำ
- นำปลาที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ ทั้งการสนับสนุนการรับซื้อและการแปรรูป
- สำรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เขตกันชน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่
- สร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่
- พัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมและติดตามการระบาด
- ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยการเพาะพันธุ์และปล่อยสัตว์น้ำประจำถิ่นกลับคืนสู่ธรรมชาติ
ทั้งนี้ ทั้ง 7 มาตรการเป็นไปตามกรอบการดำเนินงานของแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567–2570 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ถึงเดือนกันยายน 2570 และเป็นแผนงานหลักที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กรมประมงเดินหน้าปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ต่อไป





