วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

กรมชลฯ กางแผนรับดาต้าเซ็นเตอร์ EEC ประเมิน ใช้น้ำปีละ 50 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน กางแผนตั้งรับการลงทุน Data Center ในพื้นที่ EEC หลัง BOI ไฟเขียว 16 บริษัท ประเมินความต้องการใช้น้ำ พุ่งปีละ 50 ล้าน ลบ.ม. เร่งผนึก สทนช. เสริมศักยภาพระบบน้ำท่า รองรับอุตสาหกรรมใหม่ และเมืองใหม่ นอกแผน 20 ปี ยัน น้ำยังมีเพียงพอ

KEY POINTS

  • กรมชลประทานกำลังจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) 16 แห่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  • คาดการณ์ว่าศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะมีความต้องการใช้น้ำรวมประมาณ 42.4 - 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งยังเป็นปริมาณที่ควบคุมได้
  • มีการประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพในการดึงน้ำท่ามาเสริมระบบ รองรับการเติบโตในอนาคต
  • การวางแผนล่วงหน้านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับการลงทุนใหม่ โดยไม่กระทบต่อภาคเกษตรและการอุปโภคบริโภค

กรมชลประทาน เร่งประมวลผลข้อมูลและเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำ รองรับกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ หลังพบการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามการขึ้นทะเบียนกับ BOI รวม 16 บริษัท คาดการณ์ความต้องการใช้น้ำพุ่ง 42.4 – 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี พร้อมประสาน สทนช. วิเคราะห์ศักยภาพดึงน้ำท่าเข้าสู่ระบบเพื่อรองรับเมืองใหม่และการเติบโต นอกแผนระยะยาว 20 ปี

กรมชลฯ กางแผนรับดาต้าเซ็นเตอร์ EEC ประเมิน ใช้น้ำปีละ 50 ล้าน ลบ.ม.

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่กำลังขยายตัว ขณะนี้กรมชลประทานอยู่ระหว่างรวบรวมและนำข้อมูลมาประมวลผลอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก Data Center ถือเป็นเซ็กเตอร์ใหม่ทางเศรษฐกิจที่อาจยังไม่ได้มีการวางแผนรองรับไว้มากนักในอดีต โดยเฉพาะในมิติการบริหารจัดการน้ำ

เบื้องต้นจากการสำรวจพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หากมีการลงทุน Data Center ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 16 บริษัท ได้ประเมินความต้องการใช้น้ำรวมไว้ที่ประมาณ 42.4 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือไม่เกิน 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งปริมาณดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และไม่ใช่ข้อกังวลที่น่าตระหนก โดยทั้งหมดเป็นการประเมิน รวบรวมข้อมูลล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมชลฯ กางแผนรับดาต้าเซ็นเตอร์ EEC ประเมิน ใช้น้ำปีละ 50 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจาก EEC กรมชลประทานยอมรับว่ายังมีข้อมูลไม่เพียงพอ แต่ปัจจุบันได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับพื้นที่ EEC ก่อน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลักที่ต้องมีความมั่นคงด้านน้ำสูง หากมีกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาลงทุนเพิ่มเติม อาจจำเป็นต้องพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการนำน้ำท่าเข้าสู่ระบบการกระจายน้ำ จึงต้องวางแผนรองรับไว้ล่วงหน้า

ขณะนี้ กรมชลประทานได้นำชุดข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับทีมงานเพื่อประเมินความจำเป็นในการเตรียมการเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก็อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้บริหารในประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกัน

“การบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันยังคงสมดุลและให้ความสำคัญกับ 3 ภาคส่วนหลัก คือ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และการอุปโภคบริโภคของประชาชน ควบคู่ไปกับการติดตามการพัฒนา “เมืองใหม่” ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อประเมินความต้องการใช้น้ำล่วงหน้า ทั้งนี้ สำหรับปัจจัยใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาวในกรอบ 20 ปี กรมชลประทานจำเป็นต้องนำมาคิดคำนวณล่วงหน้า เพื่อวางแผนปรับปรุงศักยภาพของระบบรองรับให้เหมาะสมและเพียงพอต่อไป”

การเตรียมแผนรับมือของกรมชลประทาน จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ เพื่อต้อนรับการลงทุน Data Center ในพื้นที่ EEC โดยไม่กระทบต่อภาคเกษตรและอุปโภคบริโภค พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป