วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

บอร์ด‘ดาต้า เซ็นเตอร์’ นัดถกด่วน หลังพบไม่มีกฎหมายกำกับโดยตรง

‘Data Center’ ยังไร้กฎหมายกำกับโดยตรง อำนาจกระจายหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง โรงงาน ไปจนถึงโทรคมนาคม บอร์ดนโยบายฯ นัดถกสัปดาห์นี้ วางกรอบกำกับทั้งระบบ หวังลดช่องว่างการดูแล พร้อมเร่งตรวจสอบการจัดเก็บน้ำมันสำรองของศูนย์ข้อมูลแต่ละแห่ง

KEY POINTS

  • ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่กำกับดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง ทำให้การกำกับดูแลกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานและขาดความเป็นเอกภาพ
  • คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น เตรียมประชุมด่วนเพื่อหารือกรอบการกำกับดูแลในภาพรวม
  • อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลปัจจุบันแยกส่วนกัน เช่น กสทช. ดูแลด้านโทรคมนาคม, กระทรวงดีอีดูแลด้านข้อมูล, และหน่วยงานอื่นดูแลด้านการก่อสร้าง, พลังงาน, และการลงทุน
  • เนื่องจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีหลายฉบับ ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละแห่งมีชุดใบอนุญาตที่แตกต่างกันไป ทำให้ยากต่อการตรวจสอบความครบถ้วน
  • การจัดตั้งบอร์ดมีเป้าหมายเพื่อรวมศูนย์และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้สามารถกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างเป็นระบบและมีทิศทางเดียวกัน

แหล่งข่าวจากสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์กำกับดูแล Data Center ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ให้อำนาจกำกับกิจการ Data Center โดยตรงและครอบคลุมทุกมิติ ทำให้ภารกิจและอำนาจหน้าที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การก่อสร้างและอาคาร การใช้ไฟฟ้า การประกอบกิจการโรงงาน การส่งเสริมการลงทุน ไปจนถึงระบบสื่อสารและการรับส่งข้อมูล

ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (บอร์ดดาต้า เซ็นเตอร์)  ซึ่งรัฐบาลจัดตั้งขึ้น เตรียมประชุมด่วน เพื่อหารือกรอบการกำกับดูแล Data Center ในภาพรวม โดยมุ่งประสานอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถกำกับดูแลกิจการประเภทนี้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ตอนนี้ Data Center มันแทบจะเป็นเรื่องของหลายกระทรวงมากๆ เพราะด้วยความที่เรายังไม่มีอะไรที่มันโดยตรงเกี่ยวกับคำว่า Data Center ดังนั้น มันจะไม่เกี่ยวกับกระทรวงไหนร้อยเปอร์เซ็นต์

‘ดีอี’ ยังไม่มีอำนาจกำกับเบ็ดเสร็จ

สำหรับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แม้ Data Center จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่ให้อำนาจกระทรวงดีอีเข้าไปกำกับกิจการ Data Center ได้ทั้งหมด

อำนาจที่เกี่ยวข้องโดยตรงจะอยู่ในมิติของระบบสื่อสารและการรับส่งข้อมูล ขณะที่องค์ประกอบอื่นของ Data Center ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น การก่อสร้าง การขอใช้ไฟฟ้า การประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงการส่งเสริมการลงทุน

 

ในส่วนของสำนักงาน กสทช. มีอำนาจออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมสำหรับบริการ Data Center ในส่วนที่เข้าข่ายกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้ว โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.ค. 2569 ระบุว่า มีผู้ได้รับใบอนุญาต Data Center รวม 26 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 จำนวน 23 ราย และแบบที่ 3 จำนวน 3 ราย

นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนอยู่ระหว่างกระบวนการ ทั้งรอลงนามใบอนุญาตและอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ไม่สามารถใช้สะท้อนจำนวน Data Center ทั้งหมดในประเทศไทยได้ เนื่องจากใบอนุญาตดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะกิจการในส่วนที่อยู่ภายใต้อำนาจกำกับด้านโทรคมนาคม ขณะที่การจัดตั้งและดำเนินงาน Data Center ยังต้องพิจารณากฎหมายและใบอนุญาตจากหน่วยงานอื่นเป็นรายกรณี

ไม่ว่าจะเป็นการขอใช้ไฟฟ้า การก่อสร้าง การประกอบกิจการโรงงาน การส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงการจัดเก็บเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟฟ้าสำรอง

Data Center แต่ละแห่ง ‘ชุดใบอนุญาต’ ไม่เหมือนกัน

แหล่งข่าวระบุว่า ในทางปฏิบัติ Data Center แต่ละแห่งอาจมีชุดการอนุญาตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ขนาด และกิจกรรมของแต่ละโครงการ บางแห่งอาจเกี่ยวข้องทั้งการขอใช้ไฟฟ้า การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และใบอนุญาตจาก กสทช. ขณะที่บางแห่งอาจไม่เข้าข่ายต้องขอใบอนุญาตบางประเภท

ดังนั้น จึงไม่สามารถใช้ใบอนุญาตใดใบอนุญาตหนึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า Data Center แห่งนั้นได้รับอนุญาตครบถ้วนในทุกมิติหรือไม่ จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะของแต่ละโครงการเทียบกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ประเด็นหนึ่งที่ต้องจับตาคือ การจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับระบบไฟฟ้าสำรอง ของ Data Center เนื่องจากศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองเพื่อให้สามารถเดินระบบได้ต่อเนื่อง แม้เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

แหล่งข่าวระบุว่า หากมีการจัดเก็บน้ำมันในปริมาณที่เข้าข่ายตามกฎหมาย ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง โดยแม้ปริมาณระดับหลักหมื่นลิตรก็มีข้อกำหนดในการขออนุญาตแล้ว

จึงต้องตรวจสอบเป็นรายแห่งว่า Data Center แต่ละแห่งมีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ปริมาณการจัดเก็บอยู่ที่เท่าใด รวมถึงรูปแบบการติดตั้งและสถานที่จัดเก็บเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่

ตั้งบอร์ด Data Center ‘รวมศูนย์’ กำกับทั้งระบบ

ด้วยโครงสร้างการกำกับดูแลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน การจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์จึงมีเป้าหมายสำคัญในการนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ พลังงาน น้ำ ผังเมือง ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และระบบสื่อสาร มาหารือและกำหนดแนวทางร่วมกัน

จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบเฉพาะภารกิจตามกฎหมายของตัวเอง ขณะที่ Data Center กลับเป็นกิจการที่เชื่อมโยงหลายมิติและมีผลต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กำหนดให้มีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธานคนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3 ตามลำดับ