กรมชลประทาน เร่งดัน 4 โครงการน้ำ EEC เติมปริมาณน้ำต้นทุนพุ่ง 367 ล้าน ลบ.ม. วางโครงข่ายระบบผันน้ำเสริมความมั่นคง รองรับเมืองใหม่อัจฉริยะ และเศรษฐกิจโต
กรมชลประทาน เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำเชิงระบบในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเมือง อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และภาคเกษตรกรรม วางระบบโครงข่ายเชื่อมโยงแหล่งน้ำต้นทุน ผันน้ำ และอ่างเก็บน้ำเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักลงทุนในระยะยาว
เร่งสรุปผลศึกษา Water Accounting หนุนปริมาณน้ำต้นทุน EEC
วันนี้ (3 ก.ย. 69) ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี กรมชลประทาน โดยสำนักบริหารโครงการ ได้จัดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงระบบ (Water Accounting) เพื่อสนับสนุนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนด้วยระบบผันน้ำ–อ่างเก็บน้ำ–โครงข่ายน้ำขนาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นการรองรับความต้องการใช้น้ำของโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะในพื้นที่ EEC
การประชุมได้รับเกียรติจาก นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายจักรพันธุ์ ช้อยหิรัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านวางแผน) กรมชลประทาน นายประสพโชค มั่งจิตร ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำ และบำรุงรักษา นายประภาส เข็มรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 9 ตลอดจนผู้แทนภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ เข้าร่วมรับฟังผลสรุปการศึกษา และแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตรงตามศักยภาพของพื้นที่
โชว์ศักยภาพ "อ่างเก็บน้ำบางพระ" ตัวอย่างการผันน้ำและเชื่อมโยงโครงข่าย
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน กรมชลประทานได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่สัญจร ณ อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน และภาคประชาชนได้เห็นภาพการบริหารจัดการน้ำเชิงระบบจริงในพื้นที่ EEC
จากการศึกษาของโครงการฯ พบว่า อ่างเก็บน้ำบางพระ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำหลักที่มีการบริหารจัดการร่วมกับระบบผันน้ำภายนอก โดยมีปริมาณน้ำต้นทุนเฉลี่ยรวมสูงถึง 131 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งได้มาจาก
- ปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่
- ปริมาณน้ำธรรมชาติที่ไหลลงอ่างฯ
- ระบบผันน้ำเติมจากแหล่งน้ำข้างเคียง
การเชื่อมโยงระบบผันน้ำเข้าสู่บางพระแสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในการวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงระบบ (Water Accounting) ที่ช่วยผันน้ำ surplus จากจุดที่มีน้ำมาก มาจัดเก็บยังจุดที่มีความต้องการสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อธิบดีกรมชลประทาน วางวิสัยทัศน์พัฒนาแหล่งน้ำ EEC แบบบูรณาการ
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมองภาพรวมทั้งระบบ (Systematic Approach) โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ ครอบคลุมทั้ง
- การประเมินความต้องการใช้น้ำในปัจจุบัน และอนาคต
- การพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยง และการกระจายน้ำ
- การประเมินศักยภาพการกักเก็บของแหล่งน้ำแต่ละแห่ง
วิสัยทัศน์ดังกล่าวช่วยให้การบริหารจัดการน้ำของพื้นที่ EEC ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง แต่เป็นการเชื่อมโยงศักยภาพของอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำเกิดขึ้นแม้เมืองจะขยายตัวขึ้นอีกมาก
ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ EEC (อัปเดตล่าสุด)
กรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำรองรับพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
- โครงการที่ได้รับงบประมาณไปแล้ว 23 โครงการ เพิ่มปริมาณน้ำได้รวมกว่า 367 ล้านลูกบาศก์เมตร
- ดำเนินการแล้วเสร็จ 19 โครงการ เพิ่มปริมาณน้ำได้รวมกว่า 258.59 ล้านลูกบาศก์เมตร
- อยู่ระหว่างดำเนินการ 4 โครงการ เพิ่มปริมาณน้ำได้รวมกว่า 108.41 ล้านลูกบาศก์เมตร
โครงการที่เหลืออีก 4 โครงการ หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำสำรองได้อย่างเต็มศักยภาพ ทำให้ภาคอุตสาหกรรม และภาคการเกษตรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี
ก้าวต่อไปของการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
กรมชลประทานจะนำผลการวิเคราะห์สมดุลน้ำเชิงระบบ (Water Accounting) ทั้งหมดไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนพัฒนาโครงข่ายน้ำขนาดใหญ่ในอนาคต การดำเนินงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ EEC แต่ยังมุ่งเน้นความสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน





