วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ณัฐชา ซัด งบ ก.เกษตรฯ ตั้งศูนย์แสดงสัตว์น้ำ อุดรฯ แสดงอภินิหาร รมต.

"ณัฐชา" ไม่เห็นชอบงบ ก.เกษตรฯ หลังพบใช้เงิน 229 ล้าน ทำศูนย์แสดงสัตว์น้ำ ที่จ.อุดรธานี ซัดให้งบเพื่อแสดงอภินิหาร รัฐมนตรี

ที่รัฐสภา  ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ได้เริ่มอภิปรายมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ

โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนขอปรับลดงบประมาณ 20% เพราะการทำงานของหลายกรมผิดที่ผิดทาง ไม่รู้ภารกิจหน้าที่  นอกจากนั้นเช่น กรมประมง ได้งบประมาณ 4,800 ล้านบาท แต่พบว่าเงินครึ่งหนึ่ง คือ  2,400 ล้านบาท เป็นงบประมาณด้านบุคลากร  และอีกส่วนแทนจะทำงานตามภารกิจที่ดูแลเกษตรกร กลับพบว่านำไปทำศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ วงเงิน 229 ล้านบาท ที่จ.อุดรธานี และตั้งงบผูกพันตั้งแต่ปี 2570 ถามว่า เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรือศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี ที่ต้องตั้งในบ้านเกิดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในทุกสมัย ทั้งนี้ตนเคยคัดค้านโครงการนี้ในชั้นอนุกมธ. แต่ปรับลดงบแค่ 7.5 แสนบาทเท่านั้น อธิบดีกรมประมงชี้แจงความจำเป็นการตั้งศูนย์ดังกล่าวว่า ต้องลงทุนด้านการท่องเที่ยว การศึกษาสิ่งแวดล้อม และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

"ผมไม่ได้บอกศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำไม่ดี แต่เป็นโครงการช่วยเหลือใครกันแน่ เพจอินไซด์อุดรฯ โพสต์ข้อความว่า ดีใจมากๆ ที่ จ.อุดรธานี ได้รับงบสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 229 ล้านบาท และมีบุคคลปริศนาไปคอมเมนต์ต่อท้ายว่า เพราะนายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นคนอุดรฯ เลยได้โครงการนี้" นายณัฐชา อภิปราย

นายณัฐชา อภิปรายต่อว่า นอกจากนั้นแล้วยังพบด้วยว่าในจังหวัดอุดรธานี เตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจืดกุมภวาปี มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ภายใต้หน่วยงานระดับท้องถิ่น 

"วันนี้คนอุดร รู้จักสัตว์น้ำครบทุกสายพันธุ์แล้ว ยกเว้นปลาหมอคางดำ ด้วยกระบวนการพิจารณางบประมาณแบบนี้ ผมไม่สามารถกดเห็นชอบได้  เพราะมีการจัดตั้งศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรีมากกว่าใส่ใจความเดือดร้อนของเกษตรกร" นายณัฐชา อภิปราย

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ในส่วนของกรมประมง เกิดคำถามเรื่องศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อทำการท่องเที่ยว แต่กรมประมงเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ที่ต้องแก้ไขปัญหาประมง และเมื่อดูแล้วบางรายการที่จะเอาไปทำ ต่อให้ทำสำเร็จตนก็ไม่แน่ใจว่าจะแก้ไขปัญหาประมงได้  เช่นเรื่องกุ้ง กรมประมงขอ งบก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ อยากทราบว่าอัจฉริยะอะไร จะเห็นผลผลิตหรือลดต้นทุนได้อย่างไร ตนไม่อยากรู้ว่าจะมีเซ็นเซอร์กี่ตัวมีแผงโซล่าเซลล์เท่าไหร่ แต่อยากรู้ว่าเกษตรกรพี่น้องชาวประมงหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะมีชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร และโครงการนี้จะช่วยลดต้นทุนได้เท่าไหร่ และจะเพิ่มผลผลิตกี่เปอร์เซ็นต์ และโครงการนี้จะนำไปสู่การทำให้น้ำดีขึ้นและทำให้มีการรอดของกุ้งก้ามกรามเพิ่มมากขึ้น ก็ต้องถามว่ารอดจากเท่าไหร่เป็นเท่าไหร่ หรือแม้แต่แผงโซล่าเซลล์ ที่บอกว่าจะช่วยเรื่องต้นทุนค่าไฟซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการเลี้ยงกุ้งลดลงได้เท่าไหร่ กี่ปีคืนทุน 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่าเมื่อไปดูโครงการลักษณะเดียวกันไม่ได้สร้างเพียงแค่แห่งเดียว เพราะมีการขอมาถึง6 แห่งรวมทั้งสิ้น 97 ล้านบาทเศษ เมื่อไปดูในเอกสารโรงเพาะพันธ์กุ้งอัจฉริยะที่ขอมามีที่ จ.ลพบุรี  จ.พัทลุง เมื่อมาเทียบกัน พบว่าราคาแพงที่สุดและถูกที่สุด พบว่ามีราคาต่างกันประมาณ 747,600 บาท ทั้งนี้ความกังวลไม่ใช่ราคาที่ต่างกัน แต่เห็นว่าเกาไม่ถูกที่คัน

"ลงทุนโรงเพาะพันธ์กุ้งก้ามกราม ไม่ใช่คำตอบของวิกฤติอุตสาหกรรมกุ้งไทย ทั้งนี้ประเทศไทยเคยเป็นหัวหอกในการส่งออกกุ้งกุลาดำและสร้างเศรษฐกิจของประเทศซึ่งเป็นยุครุ่งเรือง แต่วันนี้หยุดไปแล้ว  ผมไม่ได้บอกว่ากุ้งก้ามกรามไม่สำคัญ แต่ต้องถามว่าหลักคิดในการใช้งบประมาณถูกต้องจริงหรือไม่เพราะยังไม่เห็นว่าจะแก้ไขอย่างไรกุ้งกุลาดำได้อย่างไรทั้งๆ ที่กุ้งเหล่านี้มีศักยภาพในการส่งออก จึงไม่แน่ใจว่าที่ท่านไม่แก้ไข เพราะเกรงใจใคร หรือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร”ณัฐพงษ์ อภิปราย