สสว. ชี้โอกาสใหม่ SME อีสานใต้บูมเกษตรนวัตกรรม หลังพบสถิติส่งออกโคเนื้อพุ่งสูง แต่ยังขาดการต่อยอดโรงเชือดและแปรรูป เช่นเดียวกับสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกยังเป็นจุดแข็ง แนะผู้ประกอบการปรับตัวด้วยนวัตกรรม ทรานฟอร์มไปดิจิทัล AI และรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซ ด้าน SME D Bank ประกาศพร้อมอัดฉีดสินเชื่อ 8 หมื่นล้านบาท พัฒนา SME พร้อมผลักดัน Green business ฝ่าวิกฤตทางภาษี
KEY POINTS
- สสว.เผยภาคอีสานมีศักยภาพสูงในการพัฒนา SME โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรนวัตกรรมโคเนื้อ สินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น และธุรกิจท่องเที่ยว แต่ยังขาดการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- แนะให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เช่น AI และ E-commerce มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายโอกาสทางธุรกิจ
- SME D Bank ประกาศพร้อมสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ อัดฉีดวงเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 80,000 ล้านบาท เพื่อช่วยในการลงทุนและปรับตัวทางธุรกิจให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
เศรษฐกิจภูมิภาค คือรากฐานของเศรษฐกิจประเทศ ในการเสวนา Co-Creating Isan’s Future : ปักหมุด โอกาสใหม่ให้ SMEs ท้องถิ่น ภายในงาน “Local First, Future Ready โอกาสท้องถิ่น: ISAN LANDING” จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา
ดร.เรขา ศรีสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมโดยระบุว่า สถานการณ์ SME ในพื้นที่ภาคอีสาน มีสัดส่วนผู้ประกอบการสูงถึง 23% ของประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไมโครหรือรายย่อยที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในภูมิภาค
โดยสัดส่วนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มีศักยภาพและโอกาสที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่อยู่ศูนย์กลางของการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านลาว และจีน อีกทั้งในอนาคตเมื่อมีรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) จะช่วยสนับสนุนให้การค้าและการส่งออกเติบโตขึ้น
ขณะที่โอกาสทางเศรษฐกิจ พบว่ากลุ่มเกษตรนวัตกรรมมีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกโคเนื้อ เนื่องจากภาคอีสานถือเป็นแหล่งเลี้ยงโคเนื้อที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 60% ของทั้งประเทศ และมีตัวเลขการส่งออกไปยังเวียดนามเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ แต่ปัญหาสำคัญคือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดการต่อยอดในระดับปลายน้ำ ทำให้การส่งออกในปัจจุบันยังเป็นในลักษณะการส่งออกโคเนื้อทั้งตัว
แนะต่อยอดอุตฯท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล
อย่างไรก็ดี โอกาสทางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ คือการต่อยอดการลงทุนในธุรกิจโรงเชือดและอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการแปรรูปและผลิตสินค้าส่งออก โดย สสว.มองว่าธุรกิจประเภทนี้ควรเร่งผลักดัน เนื่องจากอนาคตอาจมีความเสี่ยงที่ไทยจะเป็นเพียงผู้ส่งออกโคเนื้อทั้งตัว แต่ต้องรับเนื้อแปรรูปกลับมาจากเวียดนาม และสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอย่างมหาศาล
นอกเหนือจากด้านปศุสัตว์แล้ว ในพื้นที่อีสานสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สะท้อนความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวยังเป็นโอกาสต่อยอดทางเศรษฐกิจ เช่น อาหาร เสื้อผ้าท้องถิ่น ดนตรี และสุราชุมชน ที่ได้รับการยกระดับคุณภาพและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย รวมถึงเศรษฐกิจสายมู ล้วนเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่เป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจ
เช่นเดียวกับธุรกิจด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และศิลปะการนวด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญ จากทักษะเฉพาะตัวอันโดดเด่นของคนอีสานที่ไม่สามารถหาแรงงานต่างประเทศมาทดแทนได้ และยังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ปัจจุบันยังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไม่เกิน 5% เท่านั้น ทำให้ยังมีโอกาสส่งเสริมอุตสาหกรรมประเภทนี้เพิ่มเติม
เอไอ-นวัตกรรม-เทคโนโลยีทางลัดความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจรอบด้าน สสว. แนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่ระบบดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำแผนธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบัน สสว. ได้เตรียมแผนผลักดันโครงการส่งเสริมการตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซและระบบไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce)
โดยมีเป้าหมายสร้างและพัฒนาทักษะอินฟลูเอนเซอร์ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัวเล็กในชุมชนสามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ทางตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการยังสามารถติดตามข้อมูลผ่านการให้บริการในแอปพลิเคชัน SME Connect และศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรประจำจังหวัด
“SME วันนี้เจอหลายด่าน ต้องปรับตัวตลอด ต้องอย่าอยู่เฉย เพราะถ้าอยู่เฉยก็จะถอยหลัง สสว.มีหลายโปรแกรมเพื่อให้ SME ไปต่อได้ พัฒนาความรู้ การทำบัญชี การทรานฟอร์มไปดิจิทัล AI และรองรับอีคอมเมิร์ซ เป็นอีกทางที่ช่วยให้ SME ปรับตัวและโตต่อ”
ทุนดอกเบี้ยต่ำลมใต้ปีกพยุงเอสเอ็มอี
นายอนุพงษ์ แสงอรุณทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า SME D Bank พร้อมรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เป็นเสมือนลมใต้ปีกเพื่อช่วยพยุงและพัฒนาธุรกิจ SME ไทย ท่ามกลางสภาวะที่สถาบันการเงินพาณิชย์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ
โดยในปีนี้ SME D Bank ตั้งเป้าหมายอัดฉีดวงเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 80,000 ล้านบาท พร้อมเจาะจงเป้าหมายสนับสนุน SME ในพื้นที่อีสานใต้ 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการจัดสรรไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลืออีกราว 3,000 ล้านบาท เป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของ SME อย่างยั่งยืน
เปิดช่องสินเชื่อปลุกพลังเอสเอ็มอี
ทั้งนี้ SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 3% ต่อปี และผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ได้แก่ สินเชื่อ Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว เช่น การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า หรือเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ รวมทั้งยังมีสินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และสินเชื่อบียอนด์ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อหมุนเวียนในธุรกิจขนาดกลาง
“SME ต้องปรับตัวเอง นำเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ AI มาช่วย ธุรกิจไม่เพียงต้องมีผู้บริหารที่เก่ง แต่ต้องมีผู้บริหารที่ปรับตัวให้เก่ง ถึงจะอยู่รอด วันนี้ต้องเดินหน้า Green business เพราะ EU และภาษีทรัมป์ อยากให้สินค้าที่ส่งไปเป็น Green business รู้ที่มาที่ไป ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัว ปรับธุรกิจให้ 360 องศา เพื่อประสบความสำเร็จ”




