สสว. ชี้โอกาสใหม่ SME อีสานใต้บูมเกษตรนวัตกรรม หลังพบสถิติส่งออกโคเนื้อพุ่งสูง แต่ยังขาดการต่อยอดโรงเชือดและแปรรูป เช่นเดียวกับสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกยังเป็นจุดแข็ง แนะผู้ประกอบการปรับตัวด้วยนวัตกรรม ทรานฟอร์มไปดิจิทัล AI และรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซ
KEY POINTS
- สสว.ชี้ "อีสานใต้" มีศักยภาพสูงในการเป็นฐานส่งออกสินค้าเกษตรนวัตกรรม โดยเฉพาะโคเนื้อซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- นอกเหนือจากภาคเกษตร สินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น (Soft Power) และธุรกิจบริการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
- แนะให้ผู้ประกอบการ SME เร่งปรับตัวด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมสนับสนุนการตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซและไลฟ์คอมเมิร์ซ เพื่อเข้าถึงโอกาสใหม่ในตลาด
ดร.เรขา ศรีสมบูรณ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมเสวนา Co-Creating Isan’s Future : ปักหมุด โอกาสใหม่ให้ SMEs ท้องถิ่น ภายในงาน “Local First, Future Ready โอกาสท้องถิ่น: ISAN LANDING” จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” วันนี้ (3 ก.ย.) โดยระบุว่า สถานการณ์ SME ในพื้นที่ภาคอีสาน มีสัดส่วนผู้ประกอบการสูงถึง 23% ของประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไมโครหรือรายย่อยที่มีสัดส่วนสูงถึง 90% ของผู้ประกอบการทั้งหมดในภูมิภาค
โดยสัดส่วนดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ภาคอีสานโดยเฉพาะอีสานใต้มีศักยภาพและโอกาสที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่อยู่ศูนย์กลางของการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านลาว และจีน อีกทั้งในอนาคตเมื่อมีรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) จะช่วยสนับสนุนให้การค้าและการส่งออกเติบโตขึ้น
ขณะที่โอกาสทางเศรษฐกิจ พบว่ากลุ่มเกษตรนวัตกรรมมีสัดส่วนการส่งออกสูงสุด โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกโคเนื้อ เนื่องจากภาคอีสานถือเป็นแหล่งเลี้ยงโคเนื้อที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 60% ของทั้งประเทศ และมีตัวเลขการส่งออกไปยังเวียดนามเติบโตอย่างโดดเด่นในปีนี้ แต่ปัญหาสำคัญคือผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดการต่อยอดในระดับปลายน้ำ ทำให้การส่งออกในปัจจุบันยังเป็นในลักษณะการส่งออกโคเนื้อทั้งตัว
อย่างไรก็ดี โอกาสทางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ คือการต่อยอดการลงทุนในธุรกิจโรงเชือดและอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการแปรรูปและผลิตสินค้าส่งออก โดย สสว.มองว่าธุรกิจประเภทนี้ควรเร่งผลักดัน เนื่องจากอนาคตอาจมีความเสี่ยงที่ไทยจะเป็นเพียงผู้ส่งออกโคเนื้อทั้งตัว แต่ต้องรับเนื้อแปรรูปกลับมาจากเวียดนาม และสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจอย่างมหาศาล
นอกเหนือจากด้านปศุสัตว์แล้ว ในพื้นที่อีสานสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สะท้อนความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวยังเป็นโอกาสต่อยอดทางเศรษฐกิจ เช่น อาหาร เสื้อผ้าท้องถิ่น ดนตรี และสุราชุมชน ที่ได้รับการยกระดับคุณภาพและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย รวมถึงเศรษฐกิจสายมู ล้วนเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่เป็นโอกาสสำคัญทางธุรกิจ
เช่นเดียวกับธุรกิจด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และศิลปะการนวด ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญ จากทักษะเฉพาะตัวอันโดดเด่นของคนอีสานที่ไม่สามารถหาแรงงานต่างประเทศมาทดแทนได้ และยังมีโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ปัจจุบันยังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไม่เกิน 5% เท่านั้น ทำให้ยังมีโอกาสส่งเสริมอุตสาหกรรมประเภทนี้เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจรอบด้าน สสว. แนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะการทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่ระบบดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำแผนธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบัน สสว. ได้เตรียมแผนผลักดันโครงการส่งเสริมการตลาดผ่านอีคอมเมิร์ซและระบบไลฟ์คอมเมิร์ซ (Live Commerce)
โดยมีเป้าหมายสร้างและพัฒนาทักษะอินฟลูเอนเซอร์ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการตัวเล็กในชุมชนสามารถเข้าถึงโอกาสใหม่ทางตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ประกอบการยังสามารถติดตามข้อมูลผ่านการให้บริการในแอปพลิเคชัน SME Connect และศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรประจำจังหวัด
“SME วันนี้เจอหลายด่าน ต้องปรับตัวตลอด ต้องอย่าอยู่เฉย เพราะถ้าอยู่เฉยก็จะถอยหลัง สสว.มีหลายโปรแกรมเพื่อให้ SME ไปต่อได้ พัฒนาความรู้ การทำบัญชี การทรานฟอร์มไปดิจิทัล AI และรองรับอีคอมเมิร์ซ เป็นอีกทางที่ช่วยให้ SME ปรับตัวและโตต่อ”





