SME D Bank ประกาศพร้อมอัดฉีดสินเชื่อ 8 หมื่นล้านบาท พัฒนาผู้ประกอบการ SME ระบุถึงเวลาต้องปรับตัวเอง นำเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ AI มาช่วย พร้อมผลักดัน Green business ฝ่าวิกฤตทางภาษี
KEY POINTS
- SME D Bank ตั้งเป้าอัดฉีดสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 80,000 ล้านบาทภายในปีนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม
- ระบุจัดสรรวงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่อีสานใต้ โดยจัดสรรไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลืออีกราว 3,000 ล้านบาท เป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของ SME อย่างยั่งยืน
- แนะผู้ประกอบการ ถึงเวลาต้องปรับตัว นำเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ AI มาช่วย ธุรกิจไม่เพียงต้องมีผู้บริหารที่เก่ง แต่ต้องมีผู้บริหารที่ปรับตัวให้เก่ง ถึงจะอยู่รอด ย้ำวันนี้ต้องเดินหน้า Green business รับวิกฤตทางภาษี
นายอนุพงษ์ แสงอรุณทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ร่วมเสวนา Co-Creating Isan’s Future : ปักหมุด โอกาสใหม่ให้ SMEs ท้องถิ่น ภายในงาน “Local First, Future Ready โอกาสท้องถิ่น: ISAN LANDING” จัดโดย “กรุงเทพธุรกิจ” วันนี้ (3 ก.ย.) โดยระบุว่า SME D Bank พร้อมรับบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ เป็นเสมือนลมใต้ปีกเพื่อช่วยพยุงและพัฒนาธุรกิจ SME ไทย ท่ามกลางสภาวะที่สถาบันการเงินพาณิชย์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ
โดยในปีนี้ SME D Bank ตั้งเป้าหมายอัดฉีดวงเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 80,000 ล้านบาท พร้อมเจาะจงเป้าหมายสนับสนุน SME ในพื้นที่อีสานใต้ 10,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับการจัดสรรไปแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท ปัจจุบันเหลืออีกราว 3,000 ล้านบาท เป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของ SME อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 3% ต่อปี และผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ได้แก่ สินเชื่อ Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว เช่น การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า หรือเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ รวมทั้งยังมีสินเชื่อปลุกพลัง SME วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และสินเชื่อบียอนด์ติดปีก SME วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท เพื่อหมุนเวียนในธุรกิจขนาดกลาง
“SME ต้องปรับตัวเอง นำเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ AI มาช่วย ธุรกิจไม่เพียงต้องมีผู้บริหารที่เก่ง แต่ต้องมีผู้บริหารที่ปรับตัวให้เก่ง ถึงจะอยู่รอด วันนี้ต้องเดินหน้า Green business เพราะ EU และภาษีทรัมป์ อยากให้สินค้าที่ส่งไปเป็น Green business รู้ที่มาที่ไป ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัว ปรับธุรกิจให้ 360 องศา เพื่อประสบความสำเร็จ” นายอนุพงษ์ กล่าว





