พาณิชย์ เผยส่งออกเดือนก.ค.69 มูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์ โต 21.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน ได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ การเร่งนำเข้าหนีนโยบายการค้าสหรัฐ สรท. ชี้อิเล็กทรอนิกส์ยังหนุนต่อ ห่วงนำเข้าจีนพุ่ง ไทยอาจเป็นเพียงฐานประกอบ-ส่งออก
KEY POINTS
- การส่งออกไทยไปสหรัฐ ขยายตัวสูงถึง 45.3% เนื่องจากผู้นำเข้าเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน
- สาเหตุที่สหรัฐ เร่งนำเข้าเกิดจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และมาตรการภาษีในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลดความเสี่ยง
- สรท. มองทิศทางการส่งออก และสงครามการค้าจะชัดเจนขึ้นหลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ชะตาที่ต้องจับตามอง
- สนค.คาด มีโอกาสที่การส่งออกทั้งปีจะขยายตัวเกิน 12%
สำนักงานนโยบาย และยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนก.ค.2569 มีมูลค่า 34,789 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.6% ขยายตัวต่อเนื่อง 25 เดือน และทำสถิติส่งออกสูงสุดอันดับ 2 รองจากเดือนมี.ค.2569 ที่ทำได้ 35,157 ล้านดอลลาร์ ส่วนนำเข้ามูลค่า 38,399 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 36.7% ขาดดุลการค้า 3,610 ล้านดอลลาร์
สำหรับปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการสินค้าในห่วงโซ่เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลกเติบโตโดดเด่น ประกอบกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือขยายตัวได้ดี นอกจากนี้มีการเร่งนำเข้ารองรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐ และการพลิกกลับมาขยายตัวของกลุ่มสินค้าเกษตรหลัก และศักยภาพของอาหารแปรรูป
ภาพรวม 7 เดือนแรกปี 2569 (ม.ค. - ก.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 231,531 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 18.2% การนำเข้ามูลค่า 266,885 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 37.8% ขาดดุลการค้า 35,354.5 ล้านดอลลาร์
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่า การส่งออกเดือนก.ค.ที่ขยายตัว 21.6% มาจากสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 24.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน โดยด้านตลาดส่งออกส่วนใหญ่ขยายตัวได้ดี ดังนี้
ตลาดหลัก เพิ่ม 26.9% โดยสหรัฐเพิ่มขึ้น 45.3% จีนเพิ่มขึ้น 15.2% ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 21.3% สหภาพยุโรป (27 ประเทศ) เพิ่มขึ้น 31.5% อาเซียน (5 ประเทศ) เพิ่มขึ้น 16.8% และ CLMV เพิ่มขึ้น 13%
ตลาดรอง เพิ่มขึ้น 10.1% โดยทวีปออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 28.9% ทวีปแอฟริกา เพิ่มขึ้น 11.3% ลาตินอเมริกา เพิ่มขึ้น 12.1% รัสเซีย และกลุ่ม CIS เพิ่มขึ้น 4.7% ส่วนเอเชียใต้ ลดลง 5.4% ตลาดตะวันออกกลาง ลดลง 12.1% และสหราชอาณาจักร ลดลง 10.6% และตลาดอื่นๆ ลดลง 20%
สินค้าเกษตร-เกษตรอุตสาหกรรมหดตัว
สำหรับสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบทองแดง และของที่ทำด้วยทองแดง เครื่องวิดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์ และส่วนประกอบ
ส่วนสินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณี และเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) เครื่องปรับอากาศ และส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 22%
การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 1.1% หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ลดลง 3.3% และสินค้าเกษตร เพิ่ม 0.6%
สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ข้าว อาหารสัตว์เลี้ยง อาหารทะเลกระป๋อง และแปรรูป ไก่แปรรูป กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง
สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี และอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ น้ำตาลทราย ไขมันและน้ำมันจากพืช และสัตว์ และไก่สดแช่เย็น แช่แข็ง ทั้งนี้ 7 เดือนปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตร ลด 2.9%
“ภาษีทรัมป์” หนุนสหรัฐเร่งนำเข้า
ขณะที่การนำเข้าขยายตัวสูงต่อเนื่องไม่น่ากังวล เนื่องจากเป็นการนำเข้าสินค้าประเภทวัตถุดิบ และสินค้าทุน เช่น เครื่องจักร เพื่อรองรับการผลิตเพื่อส่งออก ตามกระแสของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง
รวมทั้งส่วนมาจากการเร่งนำเข้าเพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่มีความไม่แน่นอน ส่วนน้ำมันมาจากราคาตลาดโลกสูงขึ้น ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าไม่มาก
สำหรับแนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังขยายตัวได้ดีจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตต่อเนื่อง แต่ต้องดูความไม่แน่นอนสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐที่มีต่อไทย รวมถึงการที่สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านจะเป็นปัจจัยเสี่ยง และเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ส่งออกปี 2569 จะเติบโต 8-11% และถึงตอนนี้ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตจะมีโอกาสที่การส่งออกทั้งปีจะขยายตัวเกิน 12% จากเดิมเคยประเมินที่ 8-11% ส่วนจะทำได้ถึง 15% หรือไม่ ก็มีความเป็นไปได้
1.กรณีการส่งออกทั้งปีโต 12% จะมีมูลค่า 381,000 ล้านดอลลาร์ โดย 5 เดือนที่เหลือส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 29,000 ล้านดอลลาร์
2.กรณีการส่งออกทั้งปีโต 15% จะมีมูลค่า 391,267 ล้านดอลลาร์ เฉลี่ยเดือนละ 31,947 ล้านดอลลาร์
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะทบทวนเป้าหมายการส่งออกสำหรับปีนี้ใหม่อีกครั้ง ประมาณเดือนต.ค.2569
สรท.จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงส่งสำคัญต่อการส่งออกไทยระยะต่อไป เนื่องจากไม่มีปัจจัยทำให้การส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการที่ผู้นำเข้าสหรัฐเร่งนำเข้าช่วงนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
“บริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บวัตถุดิบ และชิ้นส่วนจำนวนมาก จึงนำเข้าสินค้าล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากมาตรการใหม่ที่อาจเกิดขึ้นได้”
ทั้งนี้ สถานการณ์จะเห็นทิศทางชัดเจนขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเดือนพ.ย.2569 เนื่องจากจะเห็นท่าทีผู้นำสหรัฐ และแนวนโยบายการค้าชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันการเร่งนำเข้าสินค้าไปสหรัฐอาจเริ่มชะลอหลังจากนำเข้าสินค้าล่วงหน้าไปแล้ว ส่งผลให้การส่งออกไทยไปสหรัฐช่วงเดือนพ.ย.อาจลดลง
สำหรับการนำเข้าไทยที่ขยายตัวสูง โดยส่วนหนึ่งนำเข้าเพื่อส่งออกเป็นข้อเท็จจริง เพราะมีทั้งสินค้าที่นำเข้าแล้วส่งออกทันที และสินค้านำเข้ามาประกอบในไทยก่อนส่งออก แต่ไทยต้องให้ความสำคัญการสร้างระบบซัปพลายเชนในประเทศให้เชื่อมโยงนักลงทุนต่างชาติได้
“การเติบโตของการส่งออกควรมาพร้อมกับการเติบโตของการผลิต และซัปพลายเชนในประเทศ หากสินค้าหรือชิ้นส่วนทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ แล้วนำมาประกอบและส่งออก ไทยก็แทบไม่ได้ประโยชน์จากการส่งออกมากนัก” นายธนากร กล่าว
ทั้งนี้ หากการส่งออกที่เติบโตสูงเกิดจากการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และซัปพลายเชนในประเทศจะสร้างงาน และกระจายรายได้ให้ประชาชน เนื่องจากเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น แต่หากแค่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศผ่านท่าเรือ ขนส่งเข้าโรงงาน ประกอบ และส่งออกต่อ ก็ยังไม่เห็นชัดเจนว่าเม็ดเงินจากการส่งออกจะกระจายไปภาคธุรกิจ และประชาชนแค่ไหน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





