รมว.ท่องเที่ยวฯ ชง "ครม.สัญจร" ปลดล็อก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ชูยุทธศาสตร์ "กีฬา-อีเวนต์-เมืองอาหาร" ทะลวงคอขวดด่านชายแดน-ทวงคืนสนามกีฬาร้าง 10 ปี
KEY POINTS
- รมว.ท่องเที่ยวฯประชุมร่วมกับภาคเอกชนเพื่อหาแนวมผลักดันนโยบายสำคัญในการพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนให้ "กีฬานำการท่องเที่ยว" โดยเสนอของบประมาณเพื่อก่อสร้างและปรับปรุงสนามกีฬาในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
- ยกระดับจังหวัดสงขลาสู่การเป็นเมืองแห่งอาหารระดับโลก ผ่านโครงการ "ชิมสงขลาเชื่อมโลก" (Songkhla World Table) โดยเชิญเชฟนานาชาติมาร่วมแข่งขัน
- สนับสนุนการจัดอีเวนต์และเทศกาลสำคัญในพื้นที่ โดยสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าไปสนับสนุนงบประมาณจัดงานประเพณีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่ปัตตานี
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานในสังกัดและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) ณ จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมและรวบรวมประเด็นปัญหาข้อเสนอแนะ นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) วันนี้ (1 ก.ย.2569) เพื่อพิจารณาต่อไป
รับข้อเสนอทะลวงคอขวดด่านชายแดน-ระบบขนส่ง
นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ปัญหาเร่งด่วนที่กระทบต่อการท่องเที่ยวที่ภาคเอกชนเสนอมา คือความไม่สะดวกบริเวณด่านชายแดน แม้ด่านสะเดาแห่งใหม่จะมีช่องทางเข้า-ออกถึง 22 ช่อง มีอุปกรณ์พร้อมแต่ขาดแคลนบุคลากร ทำให้เกิดปัญหาความล่าช้า รวมทั้งยังมีปัญหาคอขวดจากฝั่งมาเลเซียที่บีบช่องจราจรเหลือเพียงเลนเดียว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเส้นทางเชื่อมต่อด่านเก่าและด่านใหม่ระยะทาง 1.2 กิโลเมตรที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้นักท่องเที่ยวสับสน ซึ่งจะมีการเสนอให้เร่งรัดการก่อสร้าง จัดทำป้ายบอกทางขนาดใหญ่ และเสนอระบบลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้า (ตม.2) เพื่อความรวดเร็ว
สำหรับจังหวัดสตูล มีข้อเรียกร้องสำคัญจากภาคเอกชนในการขอขยายเวลาปิดด่านชายแดนวังประจัน จ.สตูล จากเดิม 18.00 น. เป็น 20.00 น. ให้สอดคล้องกับเวลาของประเทศมาเลเซีย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามารับประทานอาหารเย็นและท่องเที่ยวระยะสั้นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาปิดด่าน
นอกจากนี้ ยังเตรียมหารือกับกระทรวงคมนาคมเรื่องบันทึกความเข้าใจ (MOU) การขนส่งข้ามแดน ซึ่งผู้ประกอบการไทยเรียกร้องความตกลงแบบต่างตอบแทน เพื่อความเป็นธรรม เนื่องจากปัจจุบันรถบัสมาเลเซียเข้ามาได้ แต่รถบัสไทยกลับเข้าฝั่งมาเลเซียไม่ได้
ชู "กีฬา-อีเวนต์" ปลุกเศรษฐกิจ ดันงบกลางฟื้นสนามกีฬาร้าง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการใช้ "นโยบายกีฬานำการท่องเที่ยว" (Sport Tourism) โดย รมว.ท่องเที่ยวฯ เน้นย้ำว่าประชาชนในพื้นที่ชื่นชอบกีฬามาก จึงต้องใช้มิตินี้เป็นแม่เหล็กดึงดูดคน ประเด็นที่จะนำเสนอ ครม. คือการของบกลางหรือเร่งรัดงบผูกพันงบประมาณปี 2571 เพื่อเร่งก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัดนราธิวาสให้แล้วเสร็จ หลังถูกทิ้งร้างและก่อสร้างค้างคามาตั้งแต่ปี 2553 หรือกว่า 10 ปี ซึ่งเป็นนโยบายตรงจากนายกรัฐมนตรีที่ต้องการสะสางปัญหาให้จบ
ส่วนที่จังหวัดปัตตานี กระแสฟุตบอลกำลังมาแรง สโมสรปัตตานี เอฟซี เลื่อนชั้นสู่ลีก T1 มีผู้ชมทะลักกว่า 12,000 คนต่อแมตช์ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล แต่ยังติดปัญหาสนามและลู่วิ่งที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขณะที่จังหวัดยะลา เตรียมเสนอโครงการก่อสร้างสปอร์ตคอมเพล็กซ์ (Sport Complex) ที่ได้มาตรฐาน และผลักดัน สนามกีฬาเบตงยามค่ำคืน ให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่สำหรับการจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ
ปั้นสงขลาสู่เมืองอาหารโลก-มอบ ททท. อุ้มงานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
ด้านการจัดอีเวนต์และซอฟต์พาวเวอร์ จังหวัดสงขลามีแผนยกระดับสู่เมืองแห่งอาหารระดับโลกผ่านโครงการ "ชิมสงขลาเชื่อมโลก" (Songkhla World Table) โดยเตรียมเชิญเชฟจาก 15-20 ประเทศมาร่วมแข่งขัน และจัดสัปดาห์โต๊ะอาหารโลก โดยใช้วัตถุดิบเด่นจากทะเลสาบสงขลา คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวได้กว่า 50,000 - 70,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 150-225 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในที่ประชุม ตัวแทนจากปัตตานีได้สะท้อนปัญหาว่า "งานประเพณีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว" ซึ่งจัดต่อเนื่องมา 30 ปี ดึงดูดคนได้ถึง 80,000 คน กลับถูกตัดงบประมาณกลุ่มจังหวัดในปีนี้ รมว.ท่องเที่ยวฯ กล่าวว่า จึงได้สั่งการทันทีให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้ามาเป็นเจ้าภาพร่วมและจัดสรรงบประมาณสนับสนุน เพื่อรักษางานเทศกาลที่เป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจและจิตใจของชาวปัตตานีเอาไว้
"การลงพื้นที่ ครม.สัญจร ครั้งนี้ นายกฯ กำชับว่ามาแล้วต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ อะไรที่กระทรวงทำได้ เราทำทันที ส่วนระเบียบหรือข้อกฎหมายใดที่เป็นอุปสรรค นอกเหนืออำนาจกระทรวง ผมจะรวบรวมชงเข้า ครม. เพื่อขออนุมัติปลดล็อกให้ทั้งหมด เราต้องทำให้การประชุมครั้งนี้ว้าวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องชาวใต้จริงๆ" นายสุรศักดิ์ กล่าว




