“สบน.” กำหนดกรอบเวลาทุกหน่วยงานเร่งยื่นคำขอใช้เงินตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน ภายในก.ย. 2569 สนองความจำเป็นเร่งด่วนทางเศรษฐกิจ โดยแผน 1 มีวงเงินเหลือราว 2 หมื่นล้าน รอพิจารณาจัดสรรให้ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ส่วนแผน 2 รอผลักดันโซลาร์รูฟ-เปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะ
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ เปิดเผยว่า ทุกโครงการที่ต้องการขอใช้เงินกู้จากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 400,000 ล้านบาท จะต้องยื่นคำขอและดำเนินการให้จบก่อนสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2569 ซึ่งปัจจุบันเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเศษเท่านั้น
“ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด คือเราจะให้ยื่นคำขอก่อนสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2569 ทั้งนี้ ไม่ได้เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เหตุผลที่ต้องกำหนดกรอบเวลาทำงานชัดเจน เนื่องจากเม็ดเงินก้อนนี้ดำเนินการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อรองรับความจำเป็นเร่งด่วนทางเศรษฐกิจของประเทศ”
จับตา “ไทยเที่ยวไทย พลัส” คำขอยังมาไม่ถึง
นางจินดารัตน์ ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนของโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ที่คาดว่าจะมีการขอใช้เงินจาก พ.ร.ก. เงินกู้ ในแผนงานที่ 1 ด้านการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนนั้น ยังไม่มีการส่งคำขอเข้ามาเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันคำขอใช้เงินที่ส่งเข้ามายังไม่เกินวงเงินที่มีอยู่ โดยวงเงินตามแผนที่ 1 จำนวน 200,000 ล้านบาท ยังคงมีเหลืออยู่เล็กน้อยราว 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่โครงการดังกล่าวจะมาขอใช้เงินในส่วนนี้ เนื่องจากเป็นการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตพลังงาน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแผน โดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดร่วมกันอีกครั้งในช่วงปลายเดือน ส.ค. นี้
ดัน "โซลาร์รูฟท็อป-ขนส่งสาธารณะ EV" นำร่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ส่วนโครงการตามแผนงานที่ 2 ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของ พ.ร.ก. เงินกู้ ปัจจุบันมีโครงการขนาดใหญ่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) ซึ่งถือเป็นโครงการที่ใช้วงเงินสูงคิดเป็นสัดส่วนถึง 20-30% ของวงเงินทั้งหมด 200,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการเปลี่ยนผ่านรถขนส่งสาธารณะให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์และอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ พ.ร.ก. ที่ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียด
ท้ายที่สุด นางจินดารัตน์ กล่าวถึงความคืบหน้าในส่วนของการกู้เงินตามแผนงานที่ 1 วงเงินตามบัญชี 200,000 ล้านบาท ในกลุ่มโครงการไทยช่วยไทยพลัส และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยระบุว่า
"ปัจจุบันวงเงินที่ครม. อนุมัติสำหรับโครงการอยู่ที่ราว 1.5 แสนล้านบาท โดย ณ วันที่ 11 ส.ค. 2569 สบน. ได้จัดหาเงินกู้ไปแล้วทั้งสิ้นราว 1.3 แสนล้านบาท ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน โดยมียอดเบิกจ่ายของโครงการรวมแล้วกว่า 1.18 แสนล้านบาท"



