วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สบน.เบิกจ่ายแล้วแสนล้าน ‘พ.ร.ก.กู้เงิน’ โปะสวัสดิการรัฐ-ไทยช่วยไทยพลัส

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเบิกจ่ายเม็ดเงินภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้มีการเบิกใช้เงินในส่วนของ "แผนงานที่ 1" ไปแล้วบางส่วน เพื่อนำไปใช้เป็นเม็ดเงินอุดหนุนสำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส วงเงิน 170,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สบน. ได้ดำเนินการจัดหาเงินกู้เข้ามารองรับแล้วทั้งสิ้น 100,800 ล้านบาท โดยเลือกใช้เครื่องมือทางการเงิน 2 รูปแบบ เพื่อกระจายความเสี่ยงและบริหารสภาพคล่อง มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 ปี ซึ่ง สบน. สามารถบริหารต้นทุนการกู้ยืม ให้อยู่ในระดับต่ำ เฉลี่ยเพียง 1.24% แบ่งเป็น

  • การกู้ผ่านตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) จำนวน 65,000 ล้านบาท
  • การกู้แบบสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) จำนวน 35,800 ล้านบาท

นางจินดารัตน์ กล่าวว่า ยังคงมีหน่วยงานของรัฐทยอยยื่นคำขอเบิกใช้เงินภายใต้แผนงานที่ 1 เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยแผนงานนี้มีกรอบวงเงินรวม 2 แสนล้านบาท มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย

สำหรับความคืบหน้าของ "แผนงานที่ 2" ซึ่งมีกรอบวงเงิน 2 แสนล้านบาทเช่นกัน จะมุ่งเป้าไปที่การส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่าน (Energy Transition) จากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ไปสู่เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก เป้าหมายสำคัญคือการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ

เพื่อขับเคลื่อนแผนงานนี้ให้โปร่งใสและรวดเร็ว ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาโครงการด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยทาง สบน. ได้จัดทำหลักเกณฑ์กลาง รวมถึงหลักเกณฑ์ย่อยสำหรับรองรับ 3 แผนงานย่อยเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ปัจจุบันเริ่มมีหลายหน่วยงานทยอยนำเสนอโครงการเข้ามาให้พิจารณา ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งขั้นตอนการทำงานจากนี้จะถูกเร่งรัด โดยคณะอนุกรรมการจะต้องพิจารณาโครงการที่เสนอเข้ามาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน

"เหตุผลที่ต้องกำหนดกรอบเวลาทำงานชัดเจน เนื่องจากเม็ดเงินก้อนนี้ดำเนินการภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อรองรับความจำเป็นเร่งด่วนทางเศรษฐกิจของประเทศ"

ในระยะต่อไป สบน. ซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการ จะเดินหน้าจัดประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆ ให้แก่หน่วยงานที่สนใจเสนอโครงการได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด