"เอกนิติ" เผย พันธบัตรออมพลัสวงเงิน 2,000 ล้านบาทที่ขายผ่านแอปฯ เป๋าตังเช้าวันนี้ หมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที
สำหรับคนที่พลาด ล็อตใหม่จะจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform ในวันที่ 3-5 ส.ค. โดยจะให้สิทธิรายย่อยจองซื้อก่อน (small lot first) พร้อมเน้นย้ำเป้าหมายส่งเสริมการออมแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนเองได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (ผอ. สบน.) โดยระบุว่า "พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส" ที่กระทรวงการคลัง เปิดจำหน่ายวันนี้วันแรก ผ่านแอป "เป๋าตัง" ด้วยวิธีมาก่อนได้ก่อน (first come first serve) วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ขายหมดเกลี้ยงภายใน 21 วินาที
โดยสำหรับคนที่พลาดวันนี้ ให้เตรียมตัวให้พร้อมวันที่ 3 - 5 ส.ค. ยอดจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อน (small lot first) ผ่าน Bond Connect Platform และจะทยอยจำหน่ายต่อเนื่องทุกเดือนหลังจากนี้
ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวถึงความจำเป็นของ “พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส” ว่า พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์การออมตัวใหม่ แต่เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ผมเชื่อว่าจะช่วยแก้โจทย์เชิงโครงสร้างสำคัญของประเทศ เนื่องจาก
- วันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมีเงินออมไม่ถึง 6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น ขณะที่หนี้ครัวเรือนไทยยังสูงกว่า 86% ของ GDP ติดอันดับต้นๆ ของภูมิภาค
- หากมองภาพรวมประเทศ ตัวเลขก็ไปทางเดียวกัน คือการออมของไทยลดลงต่อเนื่อง จากร้อยละ 27.7 ของ GDP ในปี 2557 เหลือล่าสุดเพียงร้อยละ 25.3 ของ GDP
- ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว วันนี้มีถึง 53 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุเกินร้อยละ 20 แต่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีความมั่นคงทางการเงินเพียงพอ ซึ่งหากไม่ส่งเสริมการออมในวันนี้ อาจส่งผลกระต่อระบบการเงินการคลังของประเทศในระยะกลางถึงยาว
นี่คือ "ความเปราะบาง" 3 ชั้นที่ซ้อนกันอยู่ ตั้งแต่ครัวเรือน ระดับประเทศ ไปจนถึงโครงสร้างประชากร โจทย์ของเราจึงไม่ใช่แค่ "ทำอย่างไรให้คนเริ่มออม" แต่คือ "ทำอย่างไรให้ออมได้ต่อเนื่อง ออมได้จริง และต่อยอดสู่การลงทุน" เพราะในโลกยุคใหม่ มีรายได้อย่างเดียวไม่พออีกต่อไป
ดังนั้น "พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส" จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชน โดยกําหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี สําหรับรุ่นอายุ 3 ปีและ 2.80% ต่อปี สําหรับรุ่นอายุ 10 ปี และผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ดังนี้
- “พลัส” ทุกเดือน มีจําหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion)
- “พลัส” ผลตอบแทน ด้วยดอกเบี้ยที่จูงใจ
- “พลัส” ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกตลาดมารองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส
- “พลัส” ช่องทางจําหน่าย ด้วยการเพิ่มช่องทางจําหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้งวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์
บริษัทหลักทรัพย์และแอปพลิเคชัน Streaming ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือเลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท (small lot first ผ่าน Bond Connect Platform) เพื่อให้ประชาชน สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับเงินออมและความสะดวกของตนเอง
ท้ายที่สุด นายเอกนิติเน้นย้ำว่า ‘ออมพลัส’ ไม่ได้ตอบโจทย์แค่คนตัวเล็ก แต่ตอบโจทย์ประเทศ ใน 3 ชั้น:
1) ชั้นครัวเรือน วินัยออมสม่ำเสมอทุกเดือน ผลตอบแทนจูงใจกว่าเงินฝากทั่วไป เชื่อมพอร์ตลงทุนได้จริง เป็นก้าวแรกของความมั่นคงในวัยเกษียณ ซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นในยุคที่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีกันชนทางการเงินรองรับตัวเอง
2) ชั้นตลาดทุน ตลาดรองที่โปร่งใสและมีสภาพคล่อง คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย เชื่อมพันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิมสู่ Digital Investment Ecosystem หนุนเป้าหมายพลิกฟื้นสัดส่วนการออมของประเทศที่ลดลงต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ให้กลับมาแข็งแรงในปีแห่งการลงทุนนี้
3) ชั้นการคลังและโครงสร้างประชากร การขยายฐานผู้ออมในประเทศให้กว้างขึ้น คือส่วนหนึ่งของการกระจายเครื่องมือระดมทุนภาครัฐ ไม่ได้ช่วยแค่เสถียรภาพหนี้สาธารณะ แต่ช่วยเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือสังคมสูงวัยที่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด ยิ่งวัยทำงานวันนี้มีเครื่องมือออมระยะยาวที่มั่นคง ภาระที่จะตกไปอยู่กับระบบการเงินการคลังในอนาคตก็จะเบาลงตามไปด้วย นี่คือหลัก Target ในกรอบ 5T ที่ผมยึดเสมอมา ใช้เครื่องมือการคลังอย่างมีเป้าหมายและมีวินัย ควบคู่กับความยั่งยืนระยะยาว
“การออมที่ดีที่สุดไม่ใช่การออมก้อนใหญ่ครั้งเดียว แต่คือการออมสม่ำเสมอในระยะยาว”


