PDP 2026 ล่าช้า 5 รัฐบาล ห่วง กกพ.สะดุด กระทบตัดสินใจเชิงนโยบาย และกติกาพลังงานใหม่ เสี่ยง ‘SMR-ไฮโดรเจน-Battery Storage’ ขาดความชัดเจน ขณะที่ Direct PPA เมกะวัตต์ ติดกติกาใหม่ หวั่นไทยเสียจังหวะดึง Data Center เป้า พลาด Net Zero 2050
KEY POINTS
- ความล่าช้าของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ มีสาเหตุส่วนหนึ่งจากโครงสร้างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่มีกรรมการไม่ครบองค์ประกอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อนโยบายพลังงานสำคัญหลายด้าน
- การที่ PDP ไม่มีความชัดเจนจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานอนาคตที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น SMR, ไฮโดรเจน และระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งอาจทำให้เป้าหมาย Net Zero ของประเทศล่าช้าออกไป
- ความล่าช้าในการออกหลักเกณฑ์การซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ทำให้นักลงทุนในธุรกิจ Data Center ไม่สามารถคำนวณต้นทุนพลังงานสะอาดระยะยาวได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเลือกไปลงทุนในประเทศอื่นแทน
- แผน PDP ที่ล่าช้าไม่เพียงกระทบการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ แต่ยังกระทบต่อการออกแบบระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center และ EV ซึ่งเป็นเดิมพันสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายด้านพลังงานของประเทศ
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ยังคงไม่สามารถคลอดออกมาให้เห็น โดยการจัดทำแผนลากยาวต่อเนื่องหลายรัฐบาล ขณะที่ โครงสร้างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยังไม่กลับมาเต็ม 7 คน โดยปัจจุบันเหลือกรรมการปฏิบัติหน้าที่เพียง 4 คน ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำขององค์ประชุมตามกฎหมาย
แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ความล่าช้า PDP ไม่เกิดจากปัจจัยเทคนิคของแผนอย่างเดียว แต่สะท้อนข้อจำกัดโครงสร้าง กกพ.ที่ไม่ครบ ซึ่งส่งผลต่อนโยบายหลายด้านตั้งแต่การจัดทำ PDP การออกหลักเกณฑ์ Direct PPA ไปถึงกติกาสำหรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ที่จะมีบทบาทต่อระบบไฟฟ้า
รวมทั้งหาก PDP ไม่สรุป และประกาศใช้ตามที่วางไว้จะกระทบการจัดสรรกำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว รวมถึงอาจทำให้เทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ เช่น Small Modular Reactor (SMR) ไฮโดรเจน และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage) ขาดความชัดเจน และกระทบเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี 2050
ยื้อ PDP ข้าม 5 รัฐบาล ปมใหญ่ยังไม่จบ
สำหรับการจัดทำ PDP ฉบับใหม่เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่ใช้นานเริ่มผลักดันตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชุดที่ 2 ต่อเนื่องถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน, รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร, รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ชุดที่ 1 และรัฐบาลนายอนุทิน ชุดที่ 2 รวม 5 รัฐบาล
ขณะที่ มีรัฐมนตรีรับผิดชอบตั้งแต่นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (รัฐบาลนายเศรษฐา และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร), นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (รัฐบาลนายอนุทิน 1) และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปัจจุบัน
“PDP ใหม่ไม่ใช่แค่คำตอบผลิตไฟฟ้าเท่าไร แต่ต้องตอบจะใช้เทคโนโลยีอะไร ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งใด และออกแบบระบบไฟฟ้าอย่างไร รองรับเศรษฐกิจยุค Data Center, EV และเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero”
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญที่ถูกจับตาคือ การเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแตะระดับ 50% ขณะเดียวกัน ต้องจัดสมดุลความมั่นคงระบบ ต้นทุนค่าไฟ ความสามารถแข่งขันภาคอุตสาหกรรม และความต้องการไฟฟ้าจากการลงทุน Data Center ที่เพิ่มเร็ว
“เดิมต้องการประกาศใช้ PDP ฉบับใหม่เดือนก.ค.2569 แต่มีรายละเอียดต้องสรุปหลายด้าน” แหล่งข่าวกล่าว
สำหรับความล่าช้าแผน PDP ส่วนหนึ่งเกิดจากความล่าช้าการสรรหา กกพ.ใหม่ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 4 คน แม้ปฏิบัติหน้าที่ได้แต่มีความเสี่ยง เพราะหากกรรมการ 1 คน ประชุมไม่ได้หรือต้องงดออกเสียงในวาระที่มีส่วนได้เสียจะทำให้ไม่ครบองค์ประชุม
แต่กระทบ “เทคโนโลยีพลังงานอนาคต”
แหล่งข่าวกล่าวว่า ความไม่แน่นอน PDP จะกระทบแผนแม่บทกำหนดทิศทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า ระบบสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน และรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าในอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตหลายประเภทต้องมีนโยบาย และกฎกำกับดูแลที่ชัดเจน อาทิ
1.Small Modular Reactor (SMR) ต้องรอคำตอบจาก PDP เป็นเทคโนโลยีที่ถูกจับตามอง โดยถูกวางเป็นทางเลือกระบบไฟฟ้าในอนาคต เนื่องจากผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และปล่อยคาร์บอนต่ำ
สำหรับการนำ SMR ต้องมีทั้งการประกาศนโยบาย มีกรอบกำกับดูแล มาตรฐานความปลอดภัย กระบวนการอนุญาต การประเมินผลกระทบ กำหนดเทคโนโลยีต่อโครงสร้างกำลังผลิตระยะยาว ดังนั้น หาก PDP ไม่สรุปจะขาดความชัดเจนเชิงนโยบาย
2.เทคโนโลยีไฮโดรเจน เชื้อเพลิงทางเลือกช่วงที่ต้องลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ แต่การพัฒนาไฮโดรเจนต้องชัดเจนทั้งด้านมาตรฐาน แหล่งผลิต โครงสร้างพื้นฐาน การนำไปใช้ในโรงไฟฟ้า และกลไกรับซื้อไฟฟ้า ถ้าไม่บรรจุใน PDP การลงทุนด้านห่วงโซ่ไฮโดรเจนยากที่จะเดินหน้า
3.ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) โครงสร้างพื้นฐานจำเป็น เพราะเมื่อไทยเพิ่มสัดส่วนพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนทำให้ต้องมีระบบกักเก็บ รองรับการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ หรือพลังงานลมที่ไม่เสถียร
รวมทั้งการลงทุนใน BESS ต้องมีเกณฑ์รับซื้อไฟฟ้า โครงสร้างค่าบริการ และกติกาการเชื่อมต่อระบบที่ชัดเจน ดังนั้น ความล่าช้า PDP จึงกระทบการออกแบบระบบไฟฟ้าแห่งอนาคตทั้งหมด
Direct PPA ติดหล่มเดิมพัน Data Center
แหล่งข่าว กล่าวว่า ขณะที่ Direct PPA นำร่อง 2,000 เมกะวัตต์ นโยบายสำคัญรองรับ Data Center และธุรกิจดิจิทัลจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่หาพลังงานสะอาดจากผู้ผลิตโดยตรง แต่ติดหลักเกณฑ์ และค่าบริการใช้ระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า Wheeling Charge ทำให้นักลงทุนคำนวณต้นทุนพลังงานระยะยาวไม่ได้
รวมทั้งมีผลกระทบต่อ Data Center เพราะบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกไม่ได้พิจารณาเพียงราคาที่ดินหรือสิทธิประโยชน์ภาษี แต่ให้ความสำคัญกับไฟฟ้าที่มั่นคง ราคาคาดการณ์ได้และตอบโจทย์พลังงานสะอาด
แหล่งข่าว กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะส่งเสริม Data Center แต่ในทางปฏิบัติเกิดข้อกังวลว่าผู้ประกอบการอาจต้องรับภาระจัดหาพลังงานสะอาดเอง หรือบางกรณีต้องลงทุนจัดหาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเอง
จาก PDP สู่ Net Zero เดิมพัน “ระบบไฟฟ้าใหม่”
ทั้งนี้ PDP 2026 จัดทำช่วงที่ระบบไฟฟ้าเปลี่ยนโครงสร้างเร็วจากเดิมถูกออกแบบให้มีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง แต่เปลี่ยนผ่านสู่แหล่งผลิตหลากหลายทั้งโซลาร์ ลม แบตเตอรี่ รวมถึงรูปแบบ Direct PPA และเทคโนโลยีใหม่อย่าง SMR และไฮโดรเจน
ขณะเดียวกันความต้องการใช้ไฟฟ้ากำลังถูกผลักดันจากอุตสาหกรรมใหม่ ได้แก่ Data Center, AI, EV และอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งแตกต่างจากภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม ดังนั้น PDP ต้องตอบโจทย์ทั้งความมั่นคงไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านระบบพลังงาน
ทั้งนี้ หากแผนล่าช้าจะกระทบให้เลื่อนสร้างโรงไฟฟ้า รวมถึงการตัดสินใจลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นรัฐบาลปัจจุบันต้องเร่งผลักดัน PDP 2026 เพื่อปลดล็อกการลงทุนและสร้างความชัดเจนให้ผู้ประกอบการ
รวมทั้งแม้ PDP กำหนดเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนสูง แต่หากไม่มี Grid Modernization, Smart Grid, Battery Storage, Direct PPA และกติกาสำหรับเทคโนโลยีใหม่ ก็อาจรองรับไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูงไม่ได้
จุดเปลี่ยน “ไฟฟ้า” ไม่ใช่แค่ “ไฟเขียวลงทุน”
แหล่งข่าวกล่าวว่า วิกฤติ PDP และโครงสร้าง กกพ.สะท้อนโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องการผู้ลงทุนหรือระบบพลังงานสำหรับเศรษฐกิจอนาคต ซึ่งการอนุมัติส่งเสริมลงทุน Data Center เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยหากไม่ชัดเจนนักลงทุนมีทางเลือกที่จะย้ายไปประเทศอื่น
รวมถึง Net Zero ที่ต้องมีแผนกำลังผลิต โครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ตลาดไฟฟ้า และเทคโนโลยีใหม่รองรับ แต่ถ้า PDP 2026 ติดล็อกจากกระบวนการกำกับดูแลและการตัดสินใจล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องหลายส่วน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





