ส.อ.ท. ขอบคุณภาครัฐ ร่วมมุ่งรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมไทย ส่งออกดีเซล ช่วยอุ้ม Supply Chain "ปิโตรเคมี-ยานยนต์"
KEY POINTS
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขอบคุณรัฐบาลที่อนุญาตให้ส่งออกน้ำมันดีเซล ซึ่งช่วยรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของภาคอุตสาหกรรมไทย
- การส่งออกดีเซลช่วยให้โรงกลั่นน้ำมันสามารถรักษาระดับการผลิตไว้ได้ ทำให้ไม่เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบพลอยได้ (By-products) ที่สำคัญ เช่น แนฟทา, เบนซิน, โทลูอีน และพาราไซลีน
- มาตรการนี้ส่งผลดีโดยตรงต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ต้องใช้วัตถุดิบดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเคมี ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ยาง พลาสติก และเคมีภัณฑ์
- การรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานนี้จะช่วยรักษาต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวแสดงความขอบคุณภาครัฐที่ช่วยรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย เนื่องจากหากโรงกลั่นน้ำมันต้องลดกำลังการผลิตลง จะก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบที่เป็นผลพลอยได้ (By-products) จากการกลั่นน้ำมัน อาทิ Naphtha, Rubber Process Oil, Benzene, Toluene, Para-Xylene และ Sulphur ซึ่งย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ยาง พลาสติก อุตสาหกรรมเคมี สี ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงบรรจุภัณฑ์ชนิดต่างๆ
ดังนั้น การสนับสนุนจากภาครัฐด้วยการอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันดีเซลตามความจำเป็นได้ จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยรักษาต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบขั้นกลางจากต่างประเทศ ซึ่งผลดีเหล่านี้จะเชื่อมโยงไปถึงการรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพให้กับผู้บริโภค และช่วยบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างตรงจุด
พร้อมกันนี้ นางพิมพ์ใจ ได้กล่าวย้ำว่า กระทรวงพลังงาน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะร่วมกันติดตามสถานการณ์ด้านอุตสาหกรรมและพลังงานอย่างใกล้ชิด ตลอดจนบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมไทยให้ขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างเข้มแข็ง





