"ส.อ.ท." หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี 69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษสงครามตะวันออกกลางฉุดส่งออกวูบ ขณะที่ BEV ทะยานสวนทางพุ่ง 140%
KEY POINTS
- ส.อ.ท. ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงจาก 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลง 3.33%
- การปรับลดเป้าครั้งนี้เป็นการลดเป้าหมายการผลิตเพื่อการส่งออกลงเหลือ 900,000 คัน ขณะที่เป้าผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศยังคงเดิม
- สาเหตุสำคัญมาจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคดังกล่าวในช่วงครึ่งปีแรกลดลงถึง 38.35%
- ปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กระทบการส่งออกคือ มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และการแข่งขันที่รุนแรงจากรถยนต์ไฟฟ้าของจีนในตลาดอาเซียน และออสเตรเลีย
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยดัชนีอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำเดือนมิ.ย.2569 ว่า กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงจาก 1,500,000 คัน เหลือ 1,450,000 คัน หรือลดลง 3.33% โดยเป็นการปรับลดเป้าหมายการผลิตเพื่อส่งออกลงเหลือ 900,000 คัน ขณะที่ยังคงเป้าผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไว้ที่ 550,000 คัน
ส่งออกอ่วมพิษปิดช่องแคบฮอร์มุซ
สาเหตุสำคัญของการปรับลดเป้าผลิตมาจากปัจจัยการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ไปภูมิภาคดังกล่าวในครึ่งปีแรกลดลงถึง 38.35% เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และการแข่งขันที่รุนแรงจากการเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนในภูมิภาคอาเซียน และออสเตรเลีย
โดยตัวเลขการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนมิ.ย.2569 อยู่ที่ 81,526 คัน ลดลง 7.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม การส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) กลับมีตัวเลขที่น่าสนใจ โดยพุ่งสูงถึง 292 คัน หรือเพิ่มขึ้น 7,200% แม้สัดส่วนจะยังไม่มากนัก
ตลาดในประเทศ "BEV" รุ่ง แต่กระบะร่วง
สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนมิ.ย.2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% ปัจจัยหนุนหลักมาจากความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ยอดขายพุ่งสูงถึง 22,275 คัน หรือเพิ่มขึ้น 140.47% ผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของภาครัฐ ประกอบกับราคารถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ในทางกลับกันตลาดรถกระบะยังคงเผชิญภาวะซบเซา โดยยอดขายรถกระบะ (Pure Pickup) อยู่ที่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% และเป็นการลดลงต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมชิ้นส่วน และซัปพลายเชน ทำให้รายได้ และกำไรของกลุ่มบริษัทเหล่านี้ลดลง
การผลิตรถสันดาปวูบ 29% ค่ายรถนำเข้า BEV
จากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการนำเข้ามากกว่าผลิตในประเทศ ส่งผลให้ในรอบ 6 เดือนแรกของปีนี้ การผลิตรถยนต์นั่งเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ลดลงถึง 34,679 คัน หรือลดลง 29.21% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ขณะที่ภาพรวมการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 120,391 คัน ลดลง 7.55%
จักรยานยนต์สดใส ปรับเป้าผลิตเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ตลาดรถจักรยานยนต์กลับมีแนวโน้มที่ดี โดย ส.อ.ท. ได้ปรับเพิ่มประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ปี 2569 ขึ้นเป็น 2,050,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.50% เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส" และการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น
"ส.อ.ท. จึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนขนาดใหญ่ และการจ้างงาน เพื่อสร้างอำนาจซื้อ และแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นอีกครั้ง"
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





