การเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรรองรับการลงทุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้สร้างความกังวลให้กับผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อความเชื่อมั่นการลงทุนในไทย ซึ่งจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินควรเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการจัดสรรที่ดินเพื่อรองรับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันมีการดำเนินการ 3 รูปแบบ คือ 1.นิคมอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2.เขตประกอบการอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.โรงงาน 3.สวนอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม
“กรุงเทพธุรกิจ” ตรวจสอบการกว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรรองรับการตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งพบการกว้านซื้อที่ดินในหลายพื้นที่ เช่น
ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี ในระดับพันไร่เพื่อจัดสรรสำหรับการตั้งโรงงานในรูปแบบสวนอุตสาหกรรม โดยล่าสุดสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมได้แสดงความกังวลต่อสถานกาณณ์ดังกล่าว
นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรได้ขอความร่วมมือให้สมาชิก ซึ่งประกอบด้วยผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมช่วยกันตรวจสอบข้อมูลและแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกว้านซื้อที่ดินในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาจัดสรรที่ดินในลักษณะคล้ายกับนิคมอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมกังวลกรณีการปล่อยให้มีการดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไปจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของประเทศไทย
รวมทั้งสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำส่งให้ภาครัฐดำเนินการตรวจสอบ โดยมีความเห็นว่าภาครัฐควรมีหน้าที่ต้องดูแลความถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดการเลี่ยงกฎหมายในการจัดสรรที่ดินเพื่อการตั้งโรงงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
เปิด 7 กฎหมายคุมเข้ม สกัดการเลี่ยงบาลี
นางอัญชลี กล่าวว่า การตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานรัฐควรดำเนินการเพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อการพัฒนาพื้นที่รองรับโรงงานอุตสาหกรรมโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าภาครัฐควรเข้าตรวจสอบตามลำดับกฎหมาย ดังนี้
1. พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย โดยภาครัฐควรตรวจสอบว่ามีการจัดสรรที่ดินเกิน 9 แปลงหรือไม่ และหากจัดสรรเกินจะต้องขออนุญาตต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน หรือคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
2. พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยเป็นการกำหนดให้การก่อสร้างอาคารต้องผ่านการตรวจสอบการขอใบอนุญาตก่อสร้างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล ซึ่งการอนุญาตจะพิจารณาาสอดคล้องกับข้อกำหนดของผังเมืองหรือไม่
3. พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยการพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดสรรจะมีการขุดหรือถมดินที่จะต้องได้การอนุญาตจากหน่วยงาน เช่น อปท.
4. พ.ร.บ.โรงงาน ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกำหนดให้การออกใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานต้องพิจารณาว่าสอดคล้องกับกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายผังเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อม
รวมทั้ง พ.ร.บ.โรงงาน ยังกำกับดูแลการขออนุญาตจัดตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม ซึ่งควรมีการตรวจสอบว่าพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมนั้น ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
5. พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่วนหนึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขการตั้งโรงงานบางประเภทกิจการที่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงบางกิจการต้องทำรายงานผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
6. พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจะต้องตรวจสอบพื้นที่ที่มีการจัดตั้งในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
แนะตรวจสอบต่างชาติถือครองที่ดิน
7.ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลเพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดิน โดยเฉพาะการตรวจสอบการถือครองที่ดินของต่างชาติ
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการใช้นอมินี (Nominee) ในการถือครองที่ดินของนิติบุคคล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ควรร่วมตรวจสอบ โดยกฎหมายปัจจุบันกำหนดให้นิติบุคคลต่างด้าวถือครองที่ดินไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แต่หากเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่มีคนไทยถือหุ้นส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ตามปกติ
“การซื้อที่ดินจะใช้เงินไม่น้อยจึงควรตรวจสอบว่าใช้นอมินีหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ที่มีเจตนาทำผิดกฎหมายพยายามหาช่องว่าง เช่น การจัดสรรที่ดินไม่เกิน 9 แปลง ไม่ต้องขออนุญาตคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน” นางอัญชลี กล่าว
แยก “นักลงทุนดี-นอมินี” ทุนจีนถูกหลอก
นางอัญชลี กล่าวว่า เจตนาของสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตร ต้องการสนับสนุนให้นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่เข้ามาลงทุนอย่างถูกต้องได้รับความคุ้มครองและดูแลตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องมีการแยกแยะระหว่างกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมายในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม หรือเขตประกอบการที่ได้รับอนุญาต ออกจากกลุ่มที่เข้ามาโดยไม่ถูกต้อง
“เราต้องแยกกลุ่มที่ตั้งใจเข้ามาแบบผิดกฎหมาย กับกลุ่มที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจแต่ถูกหลอกลวงให้มาซื้อที่ดินที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งสมาคมฯ จะประมวลปัญหาและแจ้งเบาะแสให้รัฐตระหนักถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน” นางอัญชลี กล่าว


