วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

เตือนขบวนการ ‘จีนหลอกจีน’ หวั่นฉุดความเชื่อมั่นลงทุนไทย

ผู้พัฒนานิคมฯ ห่วง "ทุนจีน" กว้านซื้อที่ดินตั้งโรงงานกระทบความเชื่อมั่นการลงทุน กักตุนโควต้าไฟฟ้า เตือนขบวนการ “จีนหลอกจีน” ซื้อที่ดินมาจัดสรรขายต่อแต่อาจตั้งโรงงานไม่ได้ กนอ.หารือทูตจีนสกัดจีนหลอกกันเอง

KEY POINTS

  • เกิดขบวนการ “จีนหลอกจีน” โดยกลุ่มทุนจีนบางรายหลอกลวงนักลงทุนชาติเดียวกันว่ามีที่ดินพร้อมใบอนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหรือโรงงานแล้ว ทั้งที่ยังไม่มีจริง ซึ่งสร้างปัญหาและกระทบความเชื่อมั่นการลงทุนในไทย
  • สถานเอกอัครราชทูตจีนแสดงความกังวลอย่างมากต่อปัญหานี้ จนต้องเข้ามาควบคุมการโอนเงินของนักลงทุน โดยกำหนดให้ผู้ซื้อที่ดินต้องแสดงหลักฐานให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง
  • การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และภาคเอกชน หวั่นว่าการกว้านซื้อที่ดินใน EEC และการแอบอ้างชื่อนิคมอุตสาหกรรมโดยไม่มีใบอนุญาต จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยรวม
  • พบพฤติกรรมของกลุ่มทุนจีนบางกลุ่มที่ใช้เส้นสายจองโควตาไฟฟ้าจำนวนมหาศาลแต่ใช้งานจริงเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นการกักตุนทรัพยากรและเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องการพลังงาน
  • ปัญหาความไม่โปร่งใสและระบบเส้นสาย ทำให้ภาพลักษณ์การลงทุนของไทยเสียหายในสายตานักลงทุนที่ต้องการทำธุรกิจอย่างถูกต้อง ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อรักษาความเชื่อมั่น

การเข้ามาลงทุนของบริษัทจีนในไทยที่เพิ่มขึ้นทำให้มีความต้องการที่ดินรอบรับการลงทุน โดยมีบริษัทจีนเข้ามาซื้อที่ดินในหลายพื้นที่ เช่น อ.ปลวกแดง จ.ระยอง, อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งบางส่วนมีการกว้านซื้อที่ดินระดับพันไร่เพื่อจัดสรรสำหรับการตั้งโรงงาน 

ขณะที่การกว้านซื้อที่ดินมีการใช้รูปแบบจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม แทนการขออนุญาตตั้งนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรม ซึ่งดำเนินการตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

กฎหมายดังกล่าวเข้ามากำกับดูแลการจำหน่ายที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป เพื่อใช้ประกอบกิจการโรงงานตาม พ.ร.บ.โรงงาน โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ทำความเข้าใจประชาชน และสถานเอกอัครราชทูตกรณีมีนักธุรกิจซื้อที่ดินผืนใหญ่จัดสรรขายให้โรงงานลักษณะคล้ายนิคมอุตสาหกรรม

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้นำเสนอประเด็นที่ บริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ได้เข้ามาซื้อที่ดิน ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาสวนอุตสาหกรรม "เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” ซึ่งเริ่มพัฒนาพื้นที่และมีบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน (BOI) เตรียมจัดตั้งโรงงาน

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การกว้านซื้อที่ดินของนักลงทุนจีนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นประเด็นสำคัญที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะเรื่องการถือครองที่ดิน

นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่นอกนิคมอุตสาหกรรม ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ระบบบำบัดน้ำเสีย การจราจร และผลกระทบต่อชุมชนอย่างรอบคอบ

“กนอ.จะติดตามประเด็นดังกล่าวใกล้ชิด โดยเฉพาะการนำโครงการไปโปรโมทในชื่อนิคมอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเป็นธรรมและรักษามาตรฐานอุตสาหกรรมไทย” นายสุเมธ กล่าว

กนอ.หารือทูตจีนสกัดถูกหลอก

ด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ นายสุเมธ กล่าวว่า กนอ.ได้หารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งทูตยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือและได้กำชับให้นักลงทุนชาวจีนต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด พร้อมแนะนำให้นักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อที่ดินตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงอุตสาหกรรมก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากโฆษณาชวนเชื่อ

นายสุเมธ กล่าวว่า ไทยยังต้องพึ่งพาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะการลงทุนจากบริษัทจีน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรม New S-Curve และชดเชยการลงทุนจากชาติตะวันตกที่ชะลอตัว ซึ่งได้ยกระดับศักยภาพนิคมอุตสาหกรรมทั้งการเตรียมพื้นที่ สาธารณูปโภค ลดขั้นตอนอนุญาต 

รวมถึงบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.), กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านน้ำและไฟฟ้า

เตือนขบวนการ “จีนหลอกจีน”

นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การอ้างสิทธิ์และใบอนุญาต จากการตรวจสอบพบปัญหาในลักษณะจีนหลอกจีนแต่สะเทือนไทย โดยมีกลุ่มทุนจีนบางรายไปหลอกลวงนักลงทุนจีนด้วยกันว่ามีที่ดินที่ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหรือโรงงานเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ความจริงยังไม่มี

ส่วนกรณีมีการซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อจัดสรรขายให้บริษัทจีนที่เข้ามาตั้งโรงงาน ซึ่งเมื่อซื้อขายที่ดินไปแล้วแต่หน้างานอาจไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมทำให้ต้องวิ่งเต้นภายหลังและกลายเป็นปัญหาใหญ่นั้น

สถานทูตกังวลจีนหลอกจีน

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนมีความกังวลต่อเรื่องนี้มาก จนถึงขั้นต้องเข้ามาควบคุมการโอนเงินของนักลงทุน โดยกำหนดว่าหากจะซื้อที่ดินที่ไหนต้องนำหลักฐานมาแสดงให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการถูกหลอก อีกทั้ง นางอัญชลี ชวนิชย์ นายกสมาคมนิคมอุตสาหกรรมไทย ได้ขอความร่วมมือหากพบการเข้าซื้อที่ดินในลักษณะดังกล่าว ให้รีบแจ้งมาที่สมาคมฯ เพื่อเร่งจัดการกับปัญหาพื้นที่ผิดกฎหมาย

“สถานทูตจีนกังวลถึงขั้นต้องคุมการโอนเงินว่าคุณไปซื้อที่ดินที่ไหน ต้องเอาหลักฐานมาดู เพราะไม่อย่างนั้นจะมีประเภทจีนหลอกจีน บอกว่าทำได้ มีใบอนุญาตหมด แต่พอมาหน้างานกลับไม่มี" นายณัฐพรรษ กล่าว

ห่วงกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

ทั้งนี้ ปัญหาความไม่โปร่งใสและระบบเส้นสายทำให้ภาพลักษณ์การลงทุนดูเละเทะในสายตานักลงทุนที่ต้องการทำธุรกิจอย่างถูกต้อง โดย WHA คัดกรองลูกค้าของนิคมอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด 

ทั้งนี้ลูกค้าที่มีคุณภาพจะเปรียบเทียบทั้งราคา คุณภาพระบบ และมาตรฐานกฎหมาย หากนิคมฯ ใดปล่อยให้มีการทำผิดกฎหมาย เช่น การปล่อยน้ำเสียโดยไม่บำบัด จะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงและสร้างภาระให้ผู้ประกอบการรายอื่นในระยะยาว

“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวนักลงทุนจีนทั้งหมด แต่อยู่ที่ขบวนการหลอกลวง และการใช้เส้นสายกักตุนทรัพยากร ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเข้มงวดกับการตรวจสอบการใช้ที่ดินและใบอนุญาตเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนตัวจริง” นายณัฐพรรษ กล่าว

พฤติกรรมทุนจีน“ขอน้ำ-ไฟ”ก่อน

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรม กล่าวว่า มีกรณีที่บริษัทบางแห่งในพื้นที่ขอดำเนินกิจการผลิตหลอดไฟ โดยขอรับสิทธิประโยชน์จาก BOI โดยการนำเข้าสินค้ามาแทน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปตรวจสอบหมุดที่ตั้งและสถานะการผลิตที่แท้จริง

“กลุ่มทุนจีนบางกลุ่มมักมีพฤติกรรมใช้เส้นสาย เพื่อไปจองโควตาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าไว้จำนวนมหาศาล โดยกลุ่มนี้มักขอโควตาไฟฟ้าสูงถึง 300 - 400 เมกะวัตต์ แต่มีการใช้งานจริงเพียง 20-50 เมกะวัตต์ เท่านั้น” แหล่งข่าว กล่าว

นอกจากนี้ บริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ที่ซื้อที่ดิน ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาสวนอุตสาหกรรม "เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” โดยที่ผ่านมามีบริษัทจีนทยอยเข้าไปตั้งโรงงาน 

โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI คือ บริษัท ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2567 เพื่อดำเนินกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และหลอดไฟ LED ด้วยเงินลงทุน 20 ล้านบาท

ห่วงขอใช้ไฟฟ้าแต่ไม่ตั้งโรงงาน

ทั้งนี้ การเข้ามากว้านซื้อที่ดินจะพบพฤติกรรมยื่นขอใช้ไฟฟ้าแต่อาจไม่มีการลงทุนตั้งโรงงานจริง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคของการลงทุนบางกิจการ เช่น Data Center ที่ต้องการความมั่นใจเรื่องพลังงาน เพื่อแก้ปัญหานี้ จึงมีแนวคิดที่จะให้ผู้ขอใช้ไฟต้องวางเงินมัดจำ เพื่อคัดกรองเฉพาะผู้ที่จะลงทุนจริง

“นักลงทุนระดับโลกพร้อมที่จะจ่ายมัดจำการขอใช้ไฟฟ้า หรือแม้แต่ลงทุนระบบเอง แต่ปัจจุบันยังติดข้อจำกัดที่ภาครัฐต้องการเป็นผู้ลงทุนเองเพื่อผลกำไรจากสินทรัพย์” แหล่งข่าว กล่าว