“วราวุธ” ตรวจสอบกว้านซื้อที่ดินตั้งโรงงาน จัดระเบียบลงทุนนอกนิคมฯ สั่งทำความเข้าใจสถานทูตที่มีนักธุรกิจเข้ามาซื้อที่ดิน ยืนยันทุกบริษัทต้องทำตามกฎหมายเคร่งครัด “กรมโรงงาน” ประสานเทศบาลตำบลธาตุทอง ชลบุรี ตรวจสอบข้อมูล “เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” ชี้ผังเมืองสีเหลืองตั้งโรงงานได้จำกัด
KEY POINTS
- นายวราวุธ ศิลปอาชา สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจสอบกรณีกลุ่มทุนต่างชาติ (รวมถึงทุนจีน) ที่กว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรเป็นสวนอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเข้มงวดกว่า
- มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งทำความเข้าใจกับสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ กรณีนักธุรกิจเข้ามากว้านซื้อที่ดินขนาดใหญ่เพื่อตั้งโรงงาน
- ย้ำว่าการซื้อที่ดินนอกนิคมฯ เพื่อตั้งโรงงานเอง จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือการคุ้มครองใดๆ จาก กนอ. และต้องปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด
- ยืนยันว่าจะใช้กติกาเดียวที่เข้มงวดในการขออนุญาตตั้งโรงงานกับทุกกลุ่มทุน และได้สั่งการให้ประสานงานกับสำนักงานที่ดินทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบการจัดสรรที่ดินที่อาจผิดประเภท
จากกรณี บริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด เข้าซื้อที่ดินในพื้นที่ ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาสวนอุตสาหกรรม “เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” บนพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ โดยเริ่มพัฒนาเฟสแรกประมาณ 1,000 ไร่
ความต้องการพื้นที่รองรับการลงทุนตั้งโรงงานของบริษัทจีนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้มีการกว้านซื้อที่ดินในหลายพื้นที่ เช่น อ.ปลวกแดง จ.ระยอง รวมถึง ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อจัดสรรที่ดินสำหรับตั้งโรงงาน โดยอาจทำในลักษณะสวนอุตสาหกรรม ทำให้ไม่ต้องยื่นขออนุญาตเหมือนการตั้งนิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม
ล่าสุดหลังจากที่ “กรุงเทพธุรกิจ” นำเสนอประเด็นดังกล่าวได้มีหน่วยงานภาครัฐทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ออกมาระบุพร้อมจับตาปัญหาการแอบอ้างใบอนุญาต และการกว้านซื้อที่ดินของกลุ่มทุนจีน ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในพื้นที่ EEC
ทั้งนี้ บริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ได้ซื้อที่ดิน ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี โดยมีรูปแบบการพัฒนาในลักษณะสวนอุตสาหกรรม "เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” ในระดับพันไร่ที่มีรูปแบบจัดสรรที่ดินสำหรับตั้งโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งอาจมีการประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อขอใช้ไฟฟ้าถึง 300 เมกะวัตต์
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบปัญหาการหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยใช้รูปแบบการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม แทนการขออนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีผลต่อต่อสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะกรณีกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่ดินนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมหาศาล
“ไม่ว่าจะเป็นทุนไทยหรือทุนจีน จะอยู่ในนิคมฯ หรือนอกนิคมฯ ใช้กติกาเดียว คือ ความเข้มงวดในการขออนุญาตตั้งโรงงาน ผมได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด หากพบการตั้งโรงงานไม่ถูกกฎหมายจะดำเนินการทันที พร้อมเตรียมประสานสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบการจัดสรรที่ดินผิดประเภท” นายวราวุธ กล่าว
รวมทั้งในการกำกับดูแลการจัดตั้งโรงงานในปัจจุบันได้มอบหมายให้ กนอ.เร่งทำความเข้าใจประชาชน และสถานเอกอัครราชทูต กรณีที่มีนักธุรกิจเข้ามากว้านซื้อที่ดินขนาดใหญ่ เพื่อจัดสรรพื้นที่ตั้งโรงงานหลายแห่งในลักษณะคล้ายนิคมอุตสาหกรรม
“ต้องการย้ำว่าการซื้อที่ดินเพื่อตั้งโรงงานเองนั้น ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือการคุ้มครองใดๆ จาก กนอ. และต้องปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด” นายวราวุธ กล่าว
ช่องว่างกฎหมายตั้งสวนอุตสาหกรรม
รายงานข่าวระบุว่า กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน ในส่วนการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกฎหมายในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) ที่ระบุถึงการจำหน่ายที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจากที่ดินแปลงเดียวหรือแบ่งจากที่ดินหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดกัน
รวมถึงการแบ่งเป็นที่ดินแปลงย่อยได้ไม่ถึง 10 แปลง และต่อมาได้แบ่งที่ดินแปลงเดิมเพิ่มเติมใน 3 ปี เมื่อรวมกันแล้วจำนวนตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปด้วยเพื่อใช้ประกอบกิจการโรงงานตามประเภทที่ระบุตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตาม พ.ร.บ.โรงงาน
สำหรับการจัดสรรที่ดินเป็นสวนอุตสาหกรรมจะต่างจากการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในขณะที่การจัดตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงงาน โดยต้องมีการทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)
กรมโรงงานตรวจพื้นที่กว้านซื้อที่ดิน
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หลังกรมโรงงานรับทราบข้อมูลการกว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดตั้งสวนอุตสาหกรรมได้ประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ได้ตรวจสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 ยังไม่มีการพัฒนาที่ดิน ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เป็นสวนอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบพบพื้นที่ดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของ บริษัท ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และชิ้นส่วน ได้แก่ ชุดหลอดไฟ LED และไฟฉาย ตั้งอยู่เลขที่ 321/1 และ 321/2 หมู่ 4 ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี แต่ยังไม่แจ้งเริ่มประกอบกิจการ
ผังเมืองสีเหลืองตั้งโรงงานได้จำกัด
นายพรยศ กล่าวว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ได้สอบถามไปนายกเทศมนตรีตำบลธาตุทอง ยังไม่พบข้อมูลมีผู้ใดยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารในนามบริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด รวมทั้งยังไม่มีการรับแจ้งถึงการจัดตั้งสวนอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือเทศบาลตำบลธาตุทอง หากมีการยื่นคำขอเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ให้แจ้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
สำหรับที่ดินประเภท ชบ.ที่กำหนดเป็นผังเมืองสีเหลืองอ่อนหรือพื้นที่ชุมชนชนบท สามารถตั้งโรงงานได้ ยกเว้นโรงงานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ลงวันที่ 14 ก.ย.2552
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





