วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

นายกฯงัดกฎหมายจัดการ ‘นอมินี’ กว้านซื้อที่ดินตั้งโรงงาน หวั่นกระทบเชื่อมั่นนักลงทุน

ความต้องการพื้นที่ลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทำให้เริ่มเห็นการกว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรสำหรับตั้งโรงงาน ซึ่งอาจเข้าข่ายลักษณะสวนอุตสาหกรรมที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน โดยเป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทยที่จะอนุญาตการจัดสรรที่ดิน รวมทั้งที่ผ่านมามีการกว้านซื้อที่ดินในหลายพื้นที่ เช่น จ.ระยอง จ.ชลบุรี เพื่อจัดสรรที่ดินสำหรับตั้งโรงงาน

“กรุงเทพธุรกิจ” นำเสนอประเด็นดารซื้อที่ดินพื้นที่ ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เพื่อพัฒนาสวนอุตสาหกรรม “เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค” ของบริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด เพื่อรองรับการตั้งโรงงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามประเด็นข้อร้องเรียนนักลงทุนจีนเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อจัดสรรสำหรับตั้งโรงงาน ว่า จะเกิดขึ้นไม่ได้เพราะการตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้องมีการขออนุญาต รวมถึงพัฒนาสาธารณูปโภครองรับการลงทุนและต้องขออนุญาตหลายขั้นตอนที่มีเงื่อนไขการขออนุญาต

ส่วนกรณีการซื้อที่ดินลักษณะนอมิมีถ้าดูแล้วผู้ซื้อที่ดินไม่มีที่มาที่ไปเป็น “ยายเพิ้ง” ที่ไหนก็ไม่รู้มาซื้อที่ดินจำนวนมากต้องไปดูเพราะหากทำผิดกฎหมายจะมีการปราบปรามนอมินีอยู่แล้ว โดยรัฐบาลเอาผิดทางกฎหมายผู้ถือครองที่ดินแบบนอมินี เช่น เกาะภูเก็ต เกาะพงัน  ซึ่ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับมอบหมายดูเรื่องนี้ที่ผ่านมามีทั้งการยึดและเพิกถอนที่ดินไปจำนวนมาก

“ประเทศมีกฎหมายถ้าใครจะทำผิดกฎหมายก็ลองดูรัฐบาลนี้จัดการหมด เพราะถือว่าได้เตือนแล้วว่าอย่าทำผิด อย่าท้าทายกฎหมายประเทศ เพราะผลไม่ใช่ความเสียหายเกิดขึ้นแต่มีผลถึงความเชื่อมั่นประเทศ โดยเฉพาะหากครอบครองที่ดินไม่ถูกต้องแล้วไปกระทบประชาชนที่ประกอบอาชีพสุจริตจะปล่อยให้เกิดไม่ได้เด็ดขาด เรื่องพวกนี้ผมติดตามดูแลใกล้ชิด” นายอนุทิน กล่าว

ส่วนกรณีแนวทางการขับเคลื่อนการลงทุนในอีอีซีต้องอาศัยการเชื่อมโยงกันในการทำงานระหว่าง 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยต้องพยามใช้กรอบแต่ละหน่วยงานมีอยู่ในการทำงานไม่ใช่การแย่งชิงพื้นที่กัน

นอกจากนี้การส่งเสริมการลงทุนรัฐบาลต้องมองภาพรวมทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่การส่งเสริมการลงทุนในอีอีซีแล้วไปดึงทรัพยากรจากภาคอื่นแบบนั้นไม่ถูกต้อง

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจมีสัญญาณบวกและจีดีพีขยายตัว โดยเงินลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น รวมถึงตลาดหุ้นเสถียรขึ้นดัชนีเกินกว่า 1,600 จุด ขณะที่การจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศก็สูงขึ้น

  • ประสานสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ

ที่ผ่านมานายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบปัญหาการหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยใช้รูปแบบการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม แทนการขออนุญาตจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเตรียมประสานสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบการจัดสรรที่ดินผิดประเภท

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีผลต่อต่อสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะกรณีกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อที่ดินนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมหาศาล

“ไม่ว่าจะเป็นทุนไทยหรือทุนจีน จะอยู่ในนิคมฯ หรือนอกนิคมฯ ใช้กติกาเดียว คือ ความเข้มงวดในการขออนุญาตตั้งโรงงาน ผมได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด หากพบการตั้งโรงงานไม่ถูกกฎหมายจะดำเนินการทันที” นายวราวุธ กล่าว

  • แนะตรวจสอบตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน

รายงานข่าวระบุว่า กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน ในส่วนการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกฎหมายในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) ที่ระบุถึงการจำหน่ายที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวมกันตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งจากที่ดินแปลงเดียวหรือแบ่งจากที่ดินหลายแปลงที่มีพื้นที่ติดกัน

รวมถึงการแบ่งเป็นที่ดินแปลงย่อยได้ไม่ถึง 10 แปลง และต่อมาได้แบ่งที่ดินแปลงเดิมเพิ่มเติมใน 3 ปี เมื่อรวมกันแล้วจำนวนตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไปด้วยเพื่อใช้ประกอบกิจการโรงงานตามประเภทที่ระบุตามบัญชีแนบท้ายกฎกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตาม พ.ร.บ.โรงงาน

สำหรับการจัดสรรที่ดินเป็นสวนอุตสาหกรรมจะต่างจากการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในขณะที่การจัดตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม ต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงงาน โดยต้องมีการทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA)