สบน. เผยความคืบหน้าพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) มูลค่ากว่า 2.3 แสนล้านบาท โชว์ผลงาน 2 ตัวชี้วัดสำคัญ ทั้งการลดก๊าซเรือนกระจกและการเร่งยอดจดทะเบียนรถ EV เดินหน้าฉลุยตามเป้าหมายปี 2573 เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมหนุนตลาดทุนไทยสู่เป้าหมาย ESG
KEY POINTS
- สบน. ระดมทุนผ่านพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (SLB) มียอดคงค้างในระบบรวมกว่า 2.3 แสนล้านบาท
- ผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปี 2573
- มีความคืบหน้าในการผลักดันยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใหม่แล้วกว่า 1.2 แสนคัน จากเป้าหมาย 4.4 แสนคันในปี 2573
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการออกพันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond: SLB) ซึ่งกระทรวงการคลังได้เริ่มระดมทุนมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2567 ว่า ปัจจุบันพันธบัตรกลุ่มดังกล่าวมียอดคงค้างในระบบรวมทั้งสิ้น 230,139 ล้านบาท
ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญของการระดมทุนผ่านพันธบัตร SLB คือ สบน. จะต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้า (Progress Report) ภายในวันที่ 30 มิ.ย. ของทุกปี เพื่อให้ผู้สอบทานอิสระภายนอก (External Reviewer) เข้ามาตรวจสอบความก้าวหน้าของตัวชี้วัดต่างๆ เป็นการสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ จนกว่าจะถึงปีเป้าหมายที่กำหนดไว้
สำหรับรายงานความก้าวหน้าของพันธบัตร SLB ประจำปี 2568 สะท้อนความสำเร็จผ่าน 2 ตัวชี้วัดหลักด้านสิ่งแวดล้อม ดังนี้
1. ตัวชี้วัดด้านการลดก๊าซเรือนกระจก
ไทยตั้งเป้าหมายควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ไม่รวมการใช้ประโยชน์จากที่ดินและป่าไม้) ให้ไม่เกิน 388,500 กิโลตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ktCO2e) ภายในปี 2573 ซึ่งเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30% จากระดับปกติ (Business as Usual)
ล่าสุด ข้อมูลในปี 2565 พบว่าไทยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ที่ 385,941.14 ktCO2e ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยตัวเลขนี้ได้รับการรับรองความถูกต้องจากสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เรียบร้อยแล้ว
2. ตัวชี้วัดด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (ZEVs) หรือ “รถ EV” ให้ได้ไม่น้อยกว่า 440,000 คัน ภายในปี 2573
ความคืบหน้าล่าสุดในปี 2568 พบว่า มียอดจดทะเบียนใหม่ของรถ EV (เฉพาะรถยนต์นั่งและรถกระบะ) แล้วจำนวน 122,796 คัน โดยข้อมูลส่วนนี้ได้รับการตรวจสอบยืนยันจากสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
นางจินดารัตน์ กล่าวย้ำว่า สบน. จะยังคงติดตามความก้าวหน้าของตัวชี้วัดเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และยึดมั่นในการเปิดเผยข้อมูลตามหลักความโปร่งใสและมาตรฐานสากล เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย พร้อมกันนี้ ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของไทย และผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ต่อไป





