บริษัทจีนยื่นขอส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขึ้นมาอยู่ลำดับต้น โดยในปี 2568 ยื่นขอรับการส่งเสริมถึง 982 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 172,114 ล้านบาท ซึ่งทำให้ความต้องการพื้นที่ตั้งโรงงานมีเพิ่มมากขึ้น
รวมทั้งเริ่มเห็นบริษัทจีนมากว้านซื้อที่ดินในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อตั้งสวนอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน (เพื่ออุตสาหกรรมการผลิต) โดยพัฒนาพื้นที่เพื่อตั้งโรงงานที่ไม่ต้องทำตามเงื่อนไขการตั้งนิคมอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และไม่ต้องทำตามเงื่อนไขการตั้งเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ.โรงงาน
บริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ซึ่งตามข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดตั้งบริษัทเพื่อการเป็นตัวแทน และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท โดยตั้งสวนอุตสาหกรรม เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค อยู่ที่ ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี
สำหรับพื้นที่ดังกล่าวกำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินประเภท ชบ. (สีเหลืองอ่อน) ที่ดินประเภทชุมชนชนบทเพื่อเป็นชุมชน และศูนย์กลางการบริการทางสังคม และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่ชนบท และเกษตรกรรม ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2562
ปม “สวนอุตสาหกรรม” บนผังเมืองสีเหลือง
แหล่งข่าวผู้ประกอบการอุตสาหกรรม กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ที่ดินที่กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินประเภท ชบ. (สีเหลืองอ่อน) จะห้ามไม่ให้จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน รวมทั้งเป็นพื้นที่ห้ามไม่ให้สร้างโครงการหรือกิจกรรมเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนรุนแรงทั้งด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ
นอกจากนี้ ประเด็นใหญ่ที่ถูกตั้งคำถามคือ การพัฒนาพื้นที่ลักษณะสวนอุตสาหกรรมสำหรับการตั้งโรงงานบนผังเมืองสีเหลืองจะดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งโดยหลักการแล้วรองรับที่อยู่อาศัย และพาณิชยกรรมบางประเภท ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษ
ในขณะที่สวนอุตสาหกรรมดังกล่าวได้ติดต่อยื่นขอใช้ไฟฟ้าระดับ 300 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่าเป็นขนาดใหญ่เทียบเท่านิคมอุตสาหกรรม โดยมีข้อสังเกตถึงการยื่นขอใช้ไฟจำนวนมากต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมาบริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด มีการจัดหาน้ำเพื่อรองรับพื้นที่ราว 1,000 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมดที่อาจมีการซื้อสะสมกว่า 5,000 ไร่ โดยมีการประสานบริษัท วาย.เอส.เอส.พี.แอกกริเกต จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาบริหาร และจัดการแหล่งน้ำ แต่ไม่มีการสรุปเพราะไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการตั้งสวนอุตสาหกรรม
“การขอใช้ทั้งน้ำ และไฟฟ้าในปริมาณดังกล่าวกระทบชุมชนหรือไม่ และมีใบอนุญาตใช้น้ำถูกต้องหรือไม่ และหากโครงการขยายเต็มเฟส จะใช้น้ำปริมาณเท่าใด ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างละเอียด” แหล่งข่าวกล่าว
“ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์” ได้ BOI เริ่มเข้าลงทุน
แหล่งข่าวกล่าวว่า การพัฒนาสวนอุตสาหกรรมดังกล่าวได้มีบริษัทจีนทยอยเข้าไปตั้งโรงงาน โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI คือ บริษัท ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2567 เพื่อดำเนินกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และหลอดไฟ LED ด้วยเงินลงทุน 20 ล้านบาท
“หากพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนผังเมืองสีเหลือง ภาครัฐต้องพิจารณาอนุญาตให้ตั้งโรงงานได้หรือไม่ แม้จะเป็นอุตสาหกรรมเบา ซึ่งภาครัฐควรเข้ามาดูรายละเอียดถึงแม้ว่าการตั้งสวนอุตสาหกรรมไม่ต้องมาขออนุญาตกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ประเด็นผังเมืองกับการออกใบอนุญาตโรงงานได้หรือไม่ รวมถึงจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินได้หรือไม่”
"ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์” ไม่ได้สิทธิถือครองที่ดิน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงประเด็นดังกล่าวว่า เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค ไม่ได้อยู่ภายใต้การส่งเสริมของ BOI และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ BOI
สำหรับการจัดตั้งเขตหรือสวนอุตสาหกรรมตามกฎหมายต้องเป็นหุ้นไทยข้างมาก และการที่บริษัทจะดำเนินการได้หรือไม่นั้น จะต้องได้รับการอนุมัติหรืออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเท่านั้น
ส่วนกรณี บริษัท ฮวนย้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) ได้รับ BOI กิจการผลิตหลอดไฟ LED ตามโครงการที่ได้ยื่นขอตั้งแต่ปี 2567 โดยสิทธิประโยชน์ที่บริษัทได้รับมีเพียงการยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบเท่านั้น แต่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และไม่ได้รับสิทธิการถือครองที่ดิน
ทั้งนี้ การได้รับส่งเสริมการลงทุน ไม่ได้ทำให้บริษัทได้รับการยกเว้นกฎหมายอื่น โดยบริษัทยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายผังเมือง โรงงาน สิ่งแวดล้อม และกฎหมายอื่น โดยบีโอไอจะตรวจสอบหลังจากบริษัทได้รับการส่งเสริมแล้ว และหากพบว่าบริษัทที่ได้รับส่งเสริมดำเนินการผิดกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขจะระงับหรือแจ้งเตือนให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือเพิกถอนสิทธิประโยชน์บางส่วนหรือทั้งหมดได้
แนะตรวจสอบข้อห้ามตั้งโรงงาน
แหล่งข่าวจากภาคอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรณีการดำเนินกิจการของบริษัท เฮงตู อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด ที่พัฒนาพื้นที่เป็นสวนอุตสาหกรรม และเริ่มมีบริษัทเข้ามาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในสวนอุตสาหกรรมแล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบความถูกต้องของการออกใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) ถูกต้องตามเงื่อนไขหรือไม่
ทั้งนี้ ข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภท ชบ. (สีเหลืองอ่อน) มีข้อกำหนดหลายอย่าง โดยห้ามไม่ให้ตั้งโรงงานที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งอาจตั้งโรงงานที่ไม่มีกระทบดังกล่าวได้ แต่ก็มีข้อห้ามการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


