รัฐบาลจับมือเอกชนผ่าน กรอ. เปิดทาง SMEs เข้าถึงทุนและตลาดใหม่ ดึงเข้าอุตสาหกรรมอนาคต เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจฐานราก
KEY POINTS
- รัฐบาลและเอกชนร่วมมือผ่านกลไก กรอ. เพื่อช่วยเหลือและยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นฐานการจ้างงานหลักของประเทศ
- มีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
- ผลักดันให้ SMEs เข้าสู่ตลาดใหม่ โดยการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ดิจิทัล พลังงานสะอาด และการท่องเที่ยว
- ส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ (Made in Thailand) และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในระบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม เพราะ SMEs คือฐานการจ้างงานหลักของระบบเศรษฐกิจ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประชาชนในระดับฐานราก
โดยการช่วยเหลือ SMEs รอบนี้จะไม่ใช่การทำงานแยกส่วน แต่จะขับเคลื่อนร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ซึ่งเป็นเวทีหลักในการรวบรวมข้อเสนอ จัดทำแผนปฏิบัติการ ติดตามความคืบหน้า และผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในการประชุม กรอ. เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 รัฐและเอกชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษกิจตามข้อเสนอจากภาคเอกชนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ การส่งเสริมการค้า บริการและเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาคนและนวัตกรรม และการอำนวยความสะดวกภาครัฐ โดยกลุ่ม SMEs ถือเป็นแกนสำคัญที่เชื่อมเศรษฐกิจฐานรากเข้ากับการลงทุนยุคใหม่
แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับ SMEs คือการเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยี แหล่งทุน และตลาดใหม่ รวมถึงการสร้างเงินหมุนเวียนจากมาตรการรัฐ เพื่อให้ร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยขายสินค้าได้มากขึ้น เงินสดกลับเข้าสู่ชุมชนเร็วขึ้น และช่วยพยุงกำลังซื้อในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะผลักดันให้ SMEs ไทย เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อุตสาหกรรมใหม่ และภาคการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดักเตอร์ Data Center พลังงานสะอาด ดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์และ Wellness หรือบริการมูลค่าสูง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้เป็นคู่ค้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการระบบ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้ร่วมวิจัยพัฒนา
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ การสนับสนุนสินค้า Made in Thailand และการผลักดันให้ผู้ผลิตไทยมีโอกาสในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมากขึ้น เพื่อให้การลงทุนใหม่สร้างประโยชน์ในประเทศจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขเม็ดเงินลงทุน
น.ส.รัชดา กล่าวว่า หาก SMEs แข็งแรง เศรษฐกิจไทยก็จะแข็งแรงตามไปด้วย เพราะ SME จ้างงานจำนวนมากและกระจายรายได้สู่พื้นที่ การทำให้ SMEs เข้าถึงทุน เทคโนโลยี ตลาด และห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ จึงเป็นการเพิ่มรายได้ประชาชน สร้างงาน และยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ





